‘สิริพงศ์’ เดินหน้าปลดล็อกปมแอปเรียกรถ จ่อเปิดโต๊ะเจรจา

‘สิริพงศ์’ นั่งหัวโต๊ะถก 3 สมาคมแท็กซี่ เร่งแก้ปัญหาความเป็นธรรมระหว่างแท็กซี่กับแพลตฟอร์มเรียกรถ สั่งเข้มคัดกรองคนขับในระบบ ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะต้องดำเนินการให้ถูกต้องภายในเดือนสิงหาคมนี้  หากไม่ปฏิบัติตามต้องออกจากระบบ เล็งหารือแพลตฟอร์ม ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพบริการ หลังเกิดเหตุมีเรื่องร้องเรียนบ่อยครั้ง

8 มิ.ย. 2569 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับเครือข่าย 3 สมาคมแท็กซี่ ได้แก่ สมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย สมาคมประสานงานรถรับจ้างสุวรรณภูมิ และสมาคมแท็กซี่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ว่า ได้รับฟังข้อเสนอและปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการรถแท็กซี่และแพลตฟอร์มเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน โดยยืนยันว่ากระทรวงจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิดทุกฝ่าย ไม่มีการผ่อนปรน และผู้ฝ่าฝืนยังคงต้องถูกจับกุม ปรับ และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยกระทรวงให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและประโยชน์ของผู้โดยสาร โดยเร่งผลักดันให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถกำกับดูแลและยกระดับมาตรฐานการบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้ประกอบการรายใดก็ตาม 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่าในส่วนของปัญหารถแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. พัฒนาแอปพลิเคชันสวัสดี ให้สามารถคำนวณอัตราค่าโดยสารตามระบบแอปพลิเคชัน  สำหรับใช้ให้บริการรถแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อลดข้อร้องเรียนเรื่องการเรียกราคาเหมาจ่าย โดยได้มอบหมายให้ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้รถแท็กซี่ที่ปฏิบัติตามกฎหมายสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาการปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างค่าโดยสารในพื้นที่นอกปริมณฑล เช่น อ.กำแพงแสน อ.ดอนตูม อ.บางเลน อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว และจังหวัดฉะเชิงเทรา (ทั้งจังหวัด) โดยการคิดคำโดยสารแบบเหมาจ่าย สำหรับรถขนาดเล็กไม่เกินกิโลเมตรละ 13 บาท และรถขนาดใหญ่ ไม่เกินกิโลเมตรละ 15 บาท เนื่องจากมีต้นทุนสูงจากการวิ่งเที่ยวเปล่ากลับ หากไม่มีผู้โดยสาร พร้อมทั้งเสนอให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ รถขนาดใหญ่ รถประตูสไลด์ และรถระดับพรีเมียม สามารถจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและคุณภาพการบริการ ส่วนข้อเสนอการปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่นั้น กระทรวงจะพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการ เช่น การเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงขึ้น

สำหรับกรณีคนขับรถผ่านแอปพลิเคชันทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นในย่านทองหล่อ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล และดูแลเยียวยาผู้เสียหายแล้ว ขณะที่กรมการขนส่งทางบกได้ขอเอกสารยืนยันการดำเนินการ รวมถึงให้แพลตฟอร์มชี้แจงข้อเท็จจริงและมาตรการป้องกันปัญหาที่ชัดเจนภายใน 1 เดือน โดยในเร็วๆนี้กระทรวงคมนาคมเตรียมเชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถทุกรายเข้าหารือ เพื่อกำหนดมาตรฐานร่วมกัน โดยจะไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะสมัครเข้าระบบใหม่ และกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่อยู่ในระบบแต่ยังไม่มีใบอนุญาต ต้องดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 3 เดือน หรือภายในเดือนสิงหาคมนี้ หากไม่ดำเนินการจะถูกนำออกจากระบบ

“เราไม่ต้องการให้คนไม่ดีเพียงคนเดียว ส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่ที่ประกอบอาชีพอย่างสุจริตทั้งระบบเสียหาย เปรียบเสมือนปลาเน่าเพียงตัวเดียวที่ทำให้ปลาทั้งบ่อเสียหาย ดังนั้นแพลตฟอร์มต้องมีบทบาทในการคัดกรองและจัดการผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง หากแพลตฟอร์มไม่สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาภายในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงอาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่นการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อไม่ให้ผู้ขับขี่ที่ทำถูกต้องตามกฎหมายได้รับผลกระทบไปด้วย” นายสิริพงศ์ กล่าว

รายงานข่าวจากกรมขนส่งทางบก แจ้งว่าปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกให้การรับรองแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันแล้ว 8 ราย  ได้แก่ แกร็บ (Grab), โบลท์ (Bolt), อินไดร์ฟ (inDrive), ไลน์แมน (Lineman), แม็กซิม (Maxim), ลาล่ามูฟ (Lalamove), ทาดา (TADA) และ ฟินโกโก (Fingogo) ขณะที่ Bolt อยู่ระหว่างการดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภัทรพงศ์ รมช.คมนาคม เดินหน้ายกระดับไทยสู่ World-Class Aviation Hub

กระทรวงคมนาคม คือกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีหนึ่งในรัฐมนตรีของกระทรวงคมนาคมที่น่าสนใจ เพราะเป็น สส.เพียงแค่ 2 สมัย

เอกนิติ เร่งเครื่องปฏิรูปเศรษฐกิจไทย 3 ด้านดันจีดีพีโต 3++

เอกนิติ เร่งปฎิรูปเศรษฐกิจไทย 3 ด้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน แก้ปัญหาสังคมสูงอายุ เพิ่มทักษะแรงงานรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันGDPไทยกลับมาโต 3++ ขณะที่จับตาเงินเฟ้อสูง ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ชี้เป็นจุดอันตรายเศรษฐกิจ