
‘แบงก์ชาติ’ การันตีเงินบาทไทยยังมีเสถียรภาพ แม้จะอ่อนค่าลงบ้างราว 5.4% จากปัจจัยภายนอก พร้อมยันยังไม่ต้องมีประชุม กนง. นัดพิเศษ
11 มิ.ย. 2569 – นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงถึงกรณีการตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของอินโดนีเซียในการประชุมรอบพิเศษที่ผ่านมา ว่า ส่วนหนึ่งเพื่อลดแรงกดดันที่ทำให้เงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าเร็ว ขณะที่ค่าเงินบาทโดยรวมอ่อนค่าลงบ้างแต่การเคลื่อนไหวยังมีเสถียรภาพ
โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องมากกว่า 8% และเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนขายสินทรัพย์อินโดนีเซียต่อเนื่องทั้งหุ้นและพันธบัตร (รวมประมาณ 3.9 bnUSD) จากความกังวลต่อเสถียรภาพในประเทศหลังเหตุการณ์ความขัดแย้งฯ โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินนโยบายการคลัง และความกังวลต่อการลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียสู่กลุ่ม Frontier market (จาก Emerging market)
สำหรับเงินบาทนั้น โฆษก ธปท. ระบุว่า ปรับอ่อนค่าประมาณ 5.4% นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง ขณะที่เงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติสะท้อนการขายสุทธิสินทรัพย์ไทยเพียง 1.3 bnUSD และเริ่มกลับมาไหลเข้าในพันธบัตรระยะยาวและตลาดหุ้นในระยะหลังแล้ว
“ถ้าตอบคำถามให้ชัดเพิ่มเติม ก็คือ ด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทและเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทย ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมพิเศษอย่างกรณีอินโดนีเซีย” นางสาวชญาวดี กล่าว

