
สกพอ. เตรียมนัดถก ‘เอเชียเอราวัน’ เสนอทางออกเดินหน้า ‘ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน’ มั่นใจจะสางปัญหาโครงการโดยเร็ว ขีดเส้นไทม์ไลน์สุดท้ายภายใน ก.ย.นี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสัญญางานก่อสร้างช่วงพื้นที่ทับซ้อนไฮสปีดไทยจีน ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง
18 มิ.ย. 2569 – นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอรับฟังข้อเสนอจากทางเอกชนคู่สัญญา คือ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ที่กลับไปหาทางออกเพิ่มเติมจากกรณีจะไม่มีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเอกชนตอบกลับถึงข้อเสนอเพิ่มเติมแล้ว ทราบว่าทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะมีการนัดหารือร่วม 3 ฝ่าย คือ สกพอ. รฟท. และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ก่อนนำข้อเสนอในการผลักดันโครงการนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) โดย รฟท.เชื่อมั่นว่าโครงการไฮสปีดสายนี้จะมีความคืบหน้า มีทางออกที่เหมาะสมและสามารถเดินหน้าได้ภายในปีนี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบินขณะนี้น่าจะใกล้ได้ข้อสรุปแนวทางดำเนินโครงการแล้ว เพียงแต่รอข้อเสนอจากทางเอกชนที่นำไปหารือเพิ่มเติมกับทางสถาบันการเงิน และนำมาหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง สกพอ. รฟท. และเอกชนคู่สัญญา เพื่อเจรจาว่าจะมีส่วนใดที่ภาครัฐสามารถสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับเอกชนเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นต่อโครงการนี้ได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่าแนวทางของการเลิกสัญญาและเปิดประมูลใหม่ เป็นแนวทางออกในกรณีร้ายแรงสุด หรือ Worst-Case
อย่างไรก็ตามขณะที่การเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ปัจจุบันเป็นหนึ่งแนวทางที่คณะทำงาน 3 ฝ่ายเจรจากันมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจุบันสำนักงานอัยการสูงสุด ได้พิจารณาและส่งร่างแก้ไขสัญญามายัง รฟท. โดยไม่ได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมต่อการแก้ไขสัญญา ส่วนกรณีข้อสังเกต 18 ประเด็นที่อัยการสูงสุดสอบถามไว้ก่อนหน้านี้ รฟท.ได้ตอบกลับชี้แจงหมดแล้ว
เช่นเดียวกันประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ซึ่งก่อนหน้านี้มีประเด็นสำคัญเรื่องการวางหลักประกันโครงการ ที่ผ่านมาอัยการสูงสุดมีข้อสังเกตว่าควรให้รวมหลักประกันทั้งส่วนหลักประกันสัญญาและหลักประกันเพิ่มเติมไว้ด้วยกัน ทราบว่าล่าสุด รฟท.ได้ชี้แจงกลับไปแล้วถึงประเด็นนี้ โดยหลักประกันทั้งสองส่วนถูกแยกกันมาตั้งแต่ต้น เป็นไปตามมติ กพอ.เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการโครงการ โดยภายหลังชี้แจงอัยการได้รับทราบและไม่ขัดข้อง
“ตอนนี้ทางอัยการสูงสุดก็ไม่ได้มีข้อสังเกตกับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน แต่ภาครัฐยังคงมีนโยบายไม่แก้สัญญาร่วมลงทุน ทำให้ขณะนี้ทางเอกชนจึงขอกลับไปหาข้อเสนอเพิ่มเติมเพื่อนำมาหารือ ซึ่งทางออกน่าจะมีการเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนหรือช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติม ซึ่งต้องหารือร่วมกันก่อนว่าเป็นสิ่งที่ภาครัฐดำเนินการได้หรือไม่”แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนข้อเสนอการเจรจาให้กลุ่มซีพีรับงานก่อสร้างส่วนต่อขยายไฮสปีดสามสนามบิน ระยะที่ 2 ช่วงอู่ตะเภา – ระยอง – จันทบุรี – ตราด ให้เป็นออปชันเสริมจูงใจเดินหน้าโครงการนั้น เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวไม่ใช่แนวทางออกที่จะจูงใจเอกชนได้ เนื่องจากปัญหาในขณะนี้ทางเอกชนไม่สามารถหาสินเชื่อในการเริ่มก่อสร้างโครงการได้ ปัจจุบันความล่าช้าของโครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน ส่งผลกระทบต่อโครงการไฮสปีดไทย – จีน เนื่องจากมีพื้นที่ทับซ้อนงานก่อสร้างช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง
อย่างไรก็ตามปัจจุบันโครงการก่อสร้างไฮสปีดไทย – จีนเดินหน้าอย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งจากการหารือร่วมของคณะทำงาน 3 ฝ่าย ได้กำหนดไทม์ไลน์ของการเจรจาทางออกในโครงการนี้ต้องได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ย.นี้ หากไม่แล้วเสร็จ รฟท.จะเดินหน้าการก่อสร้างพื้นที่ทับซ้อนของโครงการไฮสปีดไทย – จีนเอง เปลี่ยนแปลงจากปัจจุบันที่งานก่อสร้างพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวทางกลุ่มซีพีต้องดำเนินการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘สิริพงศ์‘สั่งเร่งเบิกจ่ายงบปี69กว่า 2.65 แสนล้าน ดันเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจ
‘สิริพงศ์’สั่งหน่วยงานคมนาคมเร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 69 วงเงินกว่า 2.65 แสนล้าน พร้อมปรับแผนโยกงบกว่า 1.7พันล้านบาทดันโครงการพร้อมดำเนินการหวังกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

