
การเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นปรากฏการณ์ทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนถึงเกียรติภูมิอันโดดเด่นของประเทศไทยบนเวทีโลกได้อย่างชัดเจน
ผ่านการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ระดับรัฐพิธีจาก ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ซึ่งนับเป็นการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบกว่า 15 ปี โดยมีการจัดเต็มพิธีการสูงสุดทั้งการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ การบรรเลงเพลงชาติ และการยิงสลุต 19 นัด ซึ่งตอกย้ำให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าอินโดนีเซียในฐานะพี่ใหญ่แห่งอาเซียนให้ความสำคัญและให้เกียรติผู้นำตัวจริงของไทยในระดับสูงสุด
ภาพความยิ่งใหญ่อลังการและสมเกียรติในฐานะประมุขฝ่ายบริหารนี้ ได้เข้ามาข่มอดีตนายกรัฐมนตรีไทยทั้ง 3 คน ก่อนหน้านี้จนมิดอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการเดินทางไปต่างประเทศของอดีตผู้นำเหล่านั้นเป็นเพียงการเดินทางในวาระส่วนตัว ไร้ซึ่งสถานะและอำนาจในฐานะผู้บริหารประเทศ
จึงขาดอำนาจในการเจรจา ไม่มีวาระระดับชาติผูกพัน และไม่เคยได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติในระดับรัฐบาลเช่นนี้
การเยือนของ "อนุทิน" ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของผู้นำที่มีอำนาจการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด และมีบทบาทสมบูรณ์แบบในเวทีระหว่างประเทศอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น การเดินทางเยือนครั้งนี้ยังเต็มไปด้วยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้จริง ทั้งการผลักดันการค้าการลงทุนมูลค่ามหาศาล รวมถึงความตกลงร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ภาพรวมทั้งหมดนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่ทรงพลังว่า ประเทศไทยภายใต้การนำของผู้นำที่มีอำนาจเต็มอย่าง “นายกฯ อนุทิน” ได้ก้าวขึ้นมาทวงคืนความโดดเด่นและพร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนอย่างสง่างามอีกครั้ง.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม
'จงกราบเถิด'
หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม
สิงห์รมควันทำพิษ
ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ
‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’
ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ
พาครอบครัวช็อปปิ้ง
ประเดิมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” วันแรก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ด้วยความคึกคัก
เลขทรัพย์สินให้โชค
เป็นประจำตามกฎหมาย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเข้ารับตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่ง

