กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลังส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร บ่อตกกุ้ง และธุรกิจสปา พื้นที่ห้วยขวาง พบกลุ่มเสี่ยงส่อเค้านอมินี-โยงใยเว็บพนันออนไลน์ และรับชำระเงินผ่านบัญชีบุคคลชาวต่างชาติ เตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและระบบชําระเงินเชิงลึกหากพบผิด ดำเนินการตามกฎหมายทันที
24 มิ.ย. 2569- นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมทีมปราบนอมินีของกรม ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ร่วมกับประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตห้วยขวาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมาย รวมไปถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและระบบรับชำระเงินที่อาจเข้าข่ายการฟอกเงิน
โดยการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารที่มีที่ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ และถนนรัชดาภิเษก จำนวน 5 ราย โดยพบว่าเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงธุรกิจนอมินี และมีการใช้ธุรกรรมทางการเงินหรือระบบการชำระเงินที่อาจเอื้อต่อการฟอกเงิน ซึ่งผลการตรวจสอบ มีดังนี้
1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮง เฮง เจริญค้า ประกอบกิจการบ่อตกกุ้ง มีหุ้นส่วนเป็นคนไทย 2 ราย พบข้อสงสัยเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์พนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดเอกสารทางบัญชี และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
2.ร้านอาหารหม่าล่า “ชุยเยียนสือไต้” มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล 2 ราย ได้แก่ บริษัท ถัน ฟู้ดแอนด์เบฟเวอเรจ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นไทย 75% และต่างชาติ 25% และบริษัท ชุยเยียนสือไต้ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2567 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นไทย 51% และต่างชาติ 49% โดยพบว่า กรรมการและผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติเป็นบุคคลเดียวกันทั้งสองบริษัท และยังพบว่ามีการรับชำระเงินค่าอาหารโดยโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคลของกรรมการชาวต่างชาติ และพบพฤติการณ์ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์พนันออนไลน์ในลักษณะเดียวกับรายแรก และยังพบว่ามีชื่อนิติบุคคลอีก 2 รายใช้สถานที่ตั้งเดียวกันด้วย
3.บริษัท สกาย วอเตอร์ สปา จำกัด ประกอบธุรกิจสปาและดูแลสุขภาพ มีกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นคนไทย โดยกรรมการเป็นผู้พาตรวจสถานที่ และพบว่า มีบริษัท ตงลู่ หิมาลายา จำกัด ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ในอาคารแห่งเดียวกัน ประกอบกิจการจำหน่ายวัตถุมงคลและเครื่องราง โดยมีผู้ถือหุ้นคนไทยและคนจีนถือหุ้นร่วมกัน ซึ่งในวันตรวจสอบสถานประกอบการปิดและไม่สามารถติดต่อผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อมูลได้
4.บริษัท เกาเหลาจิ่ว กรุ๊ป จำกัด ประกอบกิจการร้านอาหาร “หมาล่า ฉงชิ่งเกาเก้า” จดทะเบียนเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2565 ทุนจดทะเบียน 18 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นไทย 51% และผู้ถือหุ้นชาวจีน 49% จากการตรวจสอบระบบการรับชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด พบว่า เงินค่าบริการถูกโอนเข้าบัญชีของบริษัทโดยตรง เบื้องต้นจึงยังไม่พบข้อสังเกตในการกระทำผิด
5.บริษัท บ่อกุ้ง รัชดา 18 จำกัด ประกอบกิจการบ่อตกกุ้ง โดยกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นคนไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบข้อสังเกตหรือพฤติการณ์ผิดปกติ
ทั้งนี้ ข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้จากการลงพื้นที่ จะถูกนำไปวิเคราะห์เชิงลึกและตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกรณีที่พบว่ามีการใช้บัญชีบุคคลหรือธุรกรรมทางการเงินเพื่อปกปิด อำพราง หรือซ่อนเร้นแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย
“ขอเตือนคนไทยที่จะให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติในการใช้ชื่อเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นถือเป็นการกระทำผิดในฐานนอมินีและมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจผ่านนอมินี หรือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือยินยอมให้ใช้ชื่อตนเองถือหุ้นแทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนไม่เลิกการกระทำผิดจะมีโทษปรับรายวันวันละ 10,000-50,000 บาท”นายพูนพงษ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งสอบ 3 แพลตฟอร์มจีนสกัดทุนนอมินีจีน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งตรวจสอบเชิงลึก 3 แพลตฟอร์มส่งอาหารและบริการสัญชาติจีน Gokoo, Feixiang และ E-Gets ป้องกันใช้คนไทยเป็นนอมินีหากพบทำผิด ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายกฯ ปลื้มผลงานเพื่อน 'ปราบสแกมเมอร์-ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ' โอ่ช่วยไทยไต่ระดับเชื่อมั่นนานาชาติ
‘อนุทิน’ นำแถลงผลปราบสแกมเมอร์ - ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ เผยพอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่นทำงาน ทำไทยไต่ระดับความเชื่อมั่นจากนานาชาติดีขึ้น
จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย
‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย
ดร.วันวิชิต แนะแก้ปัญหาวินจยย.ถกเถียงค่าโดยสารลูกค้า ตั้งตู้กดเลือกเส้นทางอัจฉริยะ คำนวณราคา
ดร.วันวิชิต ชี้ กทม. เทศกิจ ตำรวจ ที่เกี่ยวข้องต้องจัดระเบียบ วินมอเตอร์ไซต์รับจ้าง ตามจุดคิดคำนวณค่าโดยสารตามระยะทาง แบบตู้กดเลือกเส้นทางอัจฉริยะ
เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง 'ธุรกิจนอมินี' 3 จังหวัดอันดามัน ถือครองที่ดินมิชอบ 49 ไร่ มูลค่ากว่าพันล้าน
ศูนย์ปราบปรามคนต่างด้าว เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน ในพื้นที่ จว.ภูเก็ต พังงา กระบี่ พบนอมินีครอบครองที่ดิน 49ไร่มูลค่ากว่าพันล้าน จับผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและต่างชาติ 48 ราย
ประธาน กมธ.พาณิชย์ ยันขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 31 ส.ค. ยึดกรอบเดิม AFTA
ประธานกมธ.พาณิชย์ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ระบุครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านถึง 31 ส.ค. 2569 เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบ AFTA มาตั้งแต่ปี 2554 ไม่ใช่การขยายเวลาเพิ่ม พร้อมย้ำปีนี้ยังต้องบริหารสมดุลระหว่างผลผลิตในประเทศกับความต้องการใช้ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้กระทบราคาและเกษตรกรในระยะยาว

