
‘เอกนิติ’ สั่งสรรพสามิตยกเครื่องภาษีหนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์ปักหมุดไทย กวาดทั้ง EV-สันดาป-ไฮบริด ยันเพื่อสร้างความเป็นธรรม หลังค่ายรถในประเทศโอดพิษ FTA ป่วนหนัก
11 ส.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตไปเร่งพิจารณาการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรถยนต์ ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รถสันดาป และรถไฮบริด ที่เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานและผลิตรถยนต์ภายในประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการภายในประเทศเป็นหลัก
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อเรียกร้องจากผู้ประกกอบการในประเทศมาโดยตลอดว่าโครงสร้างภาษีศุลกากรในปัจจุบันมีความลักลั่นสำหรับบางกลุ่มประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ก็จะได้อัตราภาษีที่ถูกกว่า จึงเห็นว่าในส่วนนี้อาจเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาสำหรับผู้ประกอบการภายในประเทศ
“เราคิดว่าภาษีสรรพสามิตจะเป็นมาตรการหนึ่งที่จะสามารถช่วยทำให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการภายในประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่รถ EV แต่รวมถึงรถสันดาป และรถไฮบริดที่มีโรงงานผลิตในไทยด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการที่อยู่ในไทยมาโดยตลอด จึงได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตไปเร่งพิจารณาเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เพราะว่าวันนี้ผู้ประกอบการในไทยมีการลงทุน และการจ้างงานต่าง ๆ ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเติบโต” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ
พร้อมทั้งยืนยันว่า มาตรการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตนี้จะไม่มีปัญหา หรือส่งผลกระทบกับ FTA แน่นอน โดยในส่วนนี้ให้เริ่มดำเนินการกับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ก่อน ส่วนจะมีการดำเนินการกับภาษีแบตเตอรี่ต่อไปหรือไม่นั้น ยังต้องพิจารณาในรายละเอียดก่อน
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ ระบุว่า หลักการเบื้องต้นของมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนและผลิตสินค้าในประเทศไทยนั้น คือ ผู้ประกอบการที่ตัดสินใจตั้งฐานการผลิตจะได้รับสิทธิอัตราภาษีสรรพสามิตที่ต่ำลง ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Supply Chain) ส่วนอีกมิติหากเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยก็จะต้องแบกรับอัตราภาษีที่สูงกว่า เพื่อป้องกันการเสียเปรียบของฝั่งผู้ลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจริง

