‘สรรเพชญ’ ดันอุโมงค์เชื่อม ‘สงขลา–สตูล’ ยกระดับโครงข่ายคมนาคมภาคใต้

‘สรรเพชญ’ ติดตามความคืบหน้าอุโมงค์เชื่อม ‘สงขลา–สตูล’ ปรับปรุงถนน และพัฒนาท่าเทียบเรือปากบารา หวังยกระดับโครงข่ายคมนาคมทางบก ทางน้ำ ลดต้นทุนขนส่ง เชื่อมเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนภาคใต้

27 มิ.ย.2569-นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่ ลงพื้นที่จุดแรกบริเวณแยกทุ่งตำเสา อำเภอควนโดน ซึ่งเป็นบริเวณแนวทางออกของอุโมงค์ฝั่งจังหวัดสตูล เพื่อรับฟังข้อมูลการเตรียมศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมจังหวัดสงขลา–สตูล

(โครงการคลองแงะ – ทุ่งตำเสา ณ บริเวณแยกทุ่งตำเสา ทางหลวงหมายเลข 4137 ตอน ทุ่งตำเสา – สวนเทศ ที่กม. 0+000) ตลอดจนติดตามแนวทางการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน

สำหรับโครงการดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อลดระยะทางและระยะเวลาในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งประชาชนและสินค้า พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของทั้งสองจังหวัด รวมถึงพื้นที่ภาคใต้โดยรวมในอนาคต

นอกจากนี้ ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการปรับปรุงถนนสาย สต.3014 แยกทางหลวงหมายเลข 404–ถ้ำเจ็ดคต อำเภอมะนัง เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคด้านการสัญจรของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงหารือแนวทางแก้ไขปัญหาให้การเดินทางในพื้นที่มีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันการปรับปรุงถนนสายดังกล่าว จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ สนับสนุนการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนเพิ่มความสะดวกในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าของประชาชนออกสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าเทียบเรือปากบารา อำเภอละงู เพื่อติดตามการบริหารจัดการท่าเทียบเรือและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางน้ำ พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของท่าเทียบเรือ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางทะเลให้สามารถรองรับการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การพัฒนาท่าเทียบเรือปากบาราและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ทางทะเล เชื่อมโยงการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดสตูลกับพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าในอนาคต อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดสตูลและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นรูปธรรม

นายสรรเพชญ กล่าวว่า จังหวัดสตูลเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดน การเกษตร และการขนส่งทางทะเล การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมจึงต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งทางถนน ทางน้ำ และการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่ง และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคม จะนำข้อมูล ปัญหา และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการลงพื้นที่มาประกอบการพิจารณา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานตามขั้นตอน เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดสตูลและพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.-สตง. ลุยตรวจเรือ อบจ.สงขลา 74 ลำ หวั่นงบฯ สูญเปล่า

ป.ป.ช. สงขลา จับมือ สตง. ภาค 15 ลงพื้นที่ตรวจสอบเรือท้องแบนและเรือท้องวีพร้อมเครื่องยนต์ 74 ลำ ของ อบจ.สงขลา ตรวจเอกสารจัดซื้อตามแนวทาง ว837

'ซาบีดา' เปิดฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด ดันสตูลสู่ฮับท่องเที่ยวฮาลาลอาเซียน

สตูลเปิดฉากยิ่งใหญ่! “ซาบีดา” เปิดงาน “ฉลุงฮาลาลสตรีทฟู้ด 2026” ยกทัพร้านเด็ด ชู “รัฐบาลอนุทิน” ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสร้างมูลค่า ผสานไทย - มลายู สร้างร

'ไดกิ้น'จัดฟุตบอลคลินิคที่สงขลา มุ่งยกระดับทักษะลูกหนัง สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนในภาคใต้

ไดกิ้น ผู้นำระดับโลกด้านระบบปรับอากาศ ร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยที่รักในกีฬาฟุตบอล จัดกิจกรรมฟุตบอลคลินิค “Daikin Kids Football Fest” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 ณ สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา เพื่อส่งเสริมทักษะด้านฟุตบอล และเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ได้เรียนรู้ ฝึกฝน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จาก หัวหน้าผู้ฝึกสอน นักฟุตบอลทีมชาติไทย และในสนามแข่งขันจริง เพื่อผลักดันเยาวชนไทยสู่เส้นทางนักเตะอาชีพในอนาคต