
‘เอกนิติ’ รับราคาน้ำมันยังผันผวน หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุอีกรอบ ยืนยันไทยต้องเร่งแก้ปมประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ ชี้เป็นจุดอ่อนสำคัญทำเศรษฐกิจไทยสะเทือน หนุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดึงพลังงานสะอาด-น้ำมันทางเลือกเสริมแกร่ง
8 ก.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ ว่า ยอมรับว่าราคาน้ำมันยังอยู่ในช่วงผันผวน เนื่องจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีความไม่แน่นอนอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีของสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ขณะนี้กลับมารบกันใหม่อีกครั้ง จนส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และตรงนี้ถือเป็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากไทยมีการนำเข้าน้ำมันจากตลาดโลกค่อนข้างมาก ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันมีความผันผวนมาก เศรษฐกิจไทยจึงอาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ผันผวน ได้สะท้อนถึงอัตราเงินเฟ้อของไทยที่ปรับตัวเป็นบวกและสูงเพิ่มขึ้น จากช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 2569 ที่ยังอยู่ในระดับติดลบ ตรงนี้จะมีผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนให้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นปัญหาปากท้องในที่สุด ดังนั้นจึงเป็นประเด็นสำคัญและเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้จุดอ่อนของไทย ในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ
“ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในช่วงก่อนหน้านี้ อาจจะมาจากปัจจัยชั่วคราว แต่สิ่งสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้ คือการเร่งแก้จุดอ่อนจากการเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตลาดโลกจำนวนมาก เพราะเราผลิตเองไม่ได้ เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนสำคัญเพราะไม่ว่าน้ำมันจะขึ้นหรือลง เศรษฐกิจไทยก็จะได้รับผลกระทบเสมอ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ
สำหรับแนวทางสำคัญในการลดพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า หากเป็นในมิติของไฟฟ้า ก็จะต้องหันมาให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด และพลังงานทดแทนให้มากขึ้น ส่วนในมิติของยานยนต์ ก็ต้องหันมาใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น เช่น ไบโอดีเซล (Biodiesel) ซึ่งเป็นน้ำมันทางเลือกที่เติมเอทานอล หรือน้ำมันปาล์ม เพิ่มเข้าไป

