‘สำนักงานสลากฯ’ ลุยยกเครื่องพ.ร.บ. เพิ่มอำนาจ-บทลงโทษขายผ่านช่องทางผิดกม.

‘สำนักงานสลากฯ’ ลุยยกเครื่องกฎหมาย เพิ่มอำนาจควบคุม-ประสิทธิภาพในการกำกับดูแลการขายเกินราคา ปลอมแปลง หรือขายสลากผ่านช่องทางผิดกฎหมาย พร้อมบทลงโทษ

13 ก.ค. 2569 – พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯ อยู่ระหว่างการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อเพิ่มอำนาจ และประสิทธิภาพในการกำกับดูแล รวมถึงบทลงโทษเพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การจำหน่ายสลากเกินราคา การปลอมแปลง หรือการขายผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมาย โดยได้มีการทำประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดเพื่อเสนอให้คณะกรรมการสลากฯ พิจารณาโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ การในการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ คือ สลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งถือเป็นการพนัน ดังนั้นจะต้องมีการควบคุม แต่กฎหมายปัจจุบันไม่ได้มีการกำหนดเรื่องดังกล่าวไว้ ทำให้ใครก็ตามสามารถดำเนินการได้ ซึ่งถือว่าผิดหลัก จึงจำเป็นจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ หรือระเบียบเพื่อควบคุมให้ชัดเจนว่าสามารถทำได้ หรือไม่ได้ ส่วนจะควบคุมอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องพิจารณาต่อ เช่น หากสามารถอนุญาตให้ทำได้จะมีการออกเป็นใบอนุญาต หรือออกเป็นเกณฑ์ ระเบียบ แต่หลักสำคัญคือ สำนักงานสลากฯ จะทำหน้าที่ในการเป็นผู้ควบคุมอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ทำ

“ที่ผ่านมาสำนักงานสลากฯ ไม่มีอำนาจไปจัดการ ต่อไปหากมีการแก้ไข พ.ร.บ.แล้ว จะทำให้สามารถควบคุมเพื่อไม่ให้มีการเล่นการพนันโดยอัตโนมัติ เพราะถ้ามองภาพว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการพนัน ดังนั้นการขายส่ง ขายต่อก็ถือว่าเป็นการพนันด้วย ปัจจุบันทำได้หมด เพราะใน พ.ร.บ. ของสำนักงานฯ ไม่ได้ระบุ ควบคุม หรือห้ามเอาไว้ แต่หลังจากการแก้ไขกฎหมายเรียบร้อยก็จะมีการเพิ่มอำนาจให้เรามีอำนาจในการควบคุม อนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ทำ ไม่ใช่ทำกันเองโดยพละการ และมีการกำหนดบทลงโทษแก่ผู้ที่ขายต่อ หรือทำธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานสลากฯ ด้วย” พันโท หนุน ระบุ

โดยเบื้องต้นตั้งเป้าหมายว่าอยากให้การแก้ไข พ.ร.บ. สำนักงานสลากฯ แล้วเสร็จในปีงบประมาณ​ 2570 แต่ก็ต้องยอมรับว่าการแก้ไขกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาจมีขั้นตอนที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยมองว่าหากการดำเนินการในส่วนนี้เรียบร้อย ก็จะทำให้สำนักงานสลากฯ สามารถควบคุมการขายส่ง ขายต่อ หรือกระบวนการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับสลาก ซึ่งถือว่าเป็นการพนันได้ เพราะมีกฎหมายครอบคลุมแล้ว

พันโท หนุน กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ มีมติเห็นชอบเพิ่มสลากดิจิทัลหกหลัก (L6) จำนวน 1 ล้านฉบับ จาก 30 ล้านฉบับ เพิ่มเป็น 31 ล้านฉบับต่องวด โดยให้ปรับลดสลากใบ 1 ล้านฉบับ จาก 75 ล้านฉบับ เหลือ 74 ล้านฉบับต่องวด เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 16 ก.ค.นี้เป็นต้นไป โดยสำนักงานสลากฯ จะทำการเรียตัวแทนจำหน่ายสลาก L6 แบบดิจิทัลเข้ามาทำสัญญาเพิ่มอีก 2 พันราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 5.4 หมื่นราย

ขณะที่สลากแบบตัวเลขสามหลัก (N3) นั้น ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่าย 2 หมื่นราย โดยสำนักงานสลากฯ ตั้งเป้าหมายยอดขายสูงสุดต่องวดรวมกันไม่เกิน 7 ล้านใบ ซึ่งงวดที่ผ่านมาขายได้ 6.3 ล้านใบ มีผู้ถูกรางวัลสูงสุดถึง 8 แสนบาท ถือว่ามีอัตราการเติบโตที่เป็นไปตามเป้าหมายในการเป็นทางเลือกให้ปประชาชนในการซื้อสลาก

อย่างไรก็ดี ล่าสุดสำนักงานสลากฯ ได้เพิ่มฟีเจอร์ ‘ตั้งวงเงินซื้อสลาก L6 – N3’ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ซื้อ ไม่สามารถซื้อเกินวงเงินที่ตั้งไว้ โดยจะได้รับการแจ้งเตือนหากมีการซื้อสลากในแอปเป๋าตังเกินกว่าวงเงินที่กำหนดซึ่งได้ตั้งกำหนดวงเงินขั้นสูงไว้ที่ 1 ล้านบาทต่องวด ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ซื้อสลากที่มียอดซื้อถึง 1 ล้านบาท แต่มีจำนวนไม่มากไม่ถึงหลัก 10 รายในแต่ละงวด ซึ่งมองว่าการที่กำหนดเพดานขั้นสูงไว้ก็เพื่อสนับสนุนให้มีการซื้อสลากอย่างมีสติ

เพิ่มเพื่อน