แบงก์ชาติสั่งขยายเวลาซื้อทรัพย์สินคืน ‘โครงการพักทรัพย์ พักหนี้’ ถึง30ธ.ค.70

ข่าวดี! ‘แบงก์ชาติ’ ขยายเวลาซื้อทรัพย์สินคืน ‘โครงการพักทรัพย์ พักหนี้’ ถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2570 หวังช่วยผู้ประกอบการกว่า 400 รายที่ทยอยครบกำหนด บรรเทาความเดือดร้อนต่อเนื่องจากผลกระทบเศรษฐกิจและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

17 ก.ค. 2569 – นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธปท. ได้ออกโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ด้วยการโอนทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันให้สถาบันการเงินเพื่อเป็นการชำระหนี้ และให้สิทธิซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา 5 ปี นั้น ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในโครงการฯ กว่า 400 ราย ที่จะทยอยครบกำหนดใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนตั้งแต่เดือน ก.ค. 2569

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธปท. และภาครัฐได้สนับสนุนให้สถาบันการเงินใช้มาตรการที่มีอยู่ในการช่วยผู้ประกอบธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับซื้อทรัพย์สินคืนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น สินเชื่อมีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+) และโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากทั้งสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งแม้จะมีความตั้งใจซื้อทรัพย์สินคืนแต่ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวทำให้ต้องการเวลาเพิ่มขึ้นในการหาเงินทุน ธปท. จึงขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืนภายใต้โครงการฯ ออกไปไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค. 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ยังมีศักยภาพมีเวลาเพิ่มเติมเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

“ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะขอขยายระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อทรัพย์สินคืน ขอให้เร่งติดต่อสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนครบกำหนดสัญญาเดิม สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มีสภาพคล่องและหาแหล่งเงินทุนได้ สามารถซื้อทรัพย์สินคืนตามกำหนดเดิม เพื่อให้กลับมาเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้โดยเร็ว” ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ถึงเซี่ยงไฮ้ เปิดฉากเยือนจีนอย่างเป็นทางการ จ่อหารือ 'สี จิ้นผิง'

นายกฯ เดินทางถึงนครเซี่ยงไฮ้แล้ว เปิดฉากภารกิจเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เตรียมร่วมเวทีปัญญาประดิษฐ์โลก พบหารือ 'ปธน. สี จิ้นผิง' ผลักดันความร่วมมือด้านเทคโนโลยี-เศรษฐกิจ-ลงทุน