
‘ศรพล’ เปิดกลยุทธบริหารสินทรัพย์ กบข. 1.5 ล้านล้านบาท ปั้นแผน SAA กระจายความเสี่ยงลงทุน เข็น 3 แนวทางหนุนการออมให้สมาชิก ชูออมอย่างเหมาะสม-ออมเพิ่ม-ออมต่อ พร้อมดึง AI-Big Data ช่วยเสริมแกร่งการบริหารงาน
27 ก.ค. 2569 – นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยถึงทิศทางการบริหารกองทุน กบข. ว่า ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิกประมาณ 1.2 ล้านคน และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ราว 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของสมาชิกประมาณ 5 แสนล้านบาท และอีกประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท เป็นเงินบัญชีสำรองที่บริหารให้กับภาครัฐ หรือกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นหลักประกันในการจ่ายบำนาญให้แก่ข้าราชการในอนาคต โดยเป้าหมายของบัญชีสำรอง คือ การคงระดับเงินให้ได้ประมาณ 3 เท่าของยอดจ่ายรายปี เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมั่นคง
สำหรับสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาทนั้น กบข. มีแนวทางในการบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้สมาชิกผ่านกลยุทธ์การออมอย่างเหมาะสม ออมเพิ่ม และออมต่อ โดยปัจจุบัน พบว่า ตัวเลขสมาชิกออมเพิ่มสูงสุด 27% ของเงินเดือนสมาชิกเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน กบข. ยังเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Data เพื่อเข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรม และจัดสวัสดิการเฉพาะบุคคล (Personalized) เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้อย่างเหมาะสม รวมถึงศึกษาโมเดลบ้านพักข้าราชการเกษียณในต่างประเทศ หวังแก้โจทย์ Aging Society ในอนาคต
เลขาธิการ กบข. กล่าวอีกว่า กบข. ยังให้ความสำคัญกับงาน 2 ด้านหลัก คือการลงทุนและการบริการสมาชิก โดยพยายามผลักดันแนวคิด 3 ออมเพื่อให้สมาชิกมีเงินเพียงพอหลังเกษียณ ได้แก่ 1.ออมอย่างเหมาะสม โดยส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงและอายุของตัวเอง (Life Path) หรือเลือกแผนแบบ DIY เช่น หุ้นต่างประเทศ หุ้นไทย ทองคำ หรือแผนตามหลักศาสนา (ชาริอะฮ์)
“กบข. อยากให้สมาชิกมีการออมในความเสี่ยงที่เหมาะสมกับเขา บางคนอาจรับความเสี่ยงได้น้อย ก็ต้องประเมิน บางคนรับความเสี่ยงได้มาก ก็มีแผนให้เลือกได้” นายศรพล กล่าว
2.ออมเพิ่ม ปัจจุบันกฎหมายเปิดช่องให้สมาชิกออมเพิ่มได้สูงสุดถึง 27% ของเงินเดือนสมาชิก เมื่อรวมกับที่รัฐสมทบและชดเชยอีกส่วนหนึ่ง จะทำให้มีเงินออมรวมสูงสุดถึง 30% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความมั่งคั่งในวันเกษียณ และ 3. ออมต่อ โดย กบข. รณรงค์ให้สมาชิกที่เกษียณแล้วคงเงินออมไว้ให้ กบข. บริหารต่อ เพื่อป้องกันปัญหาการถูกหลอกลวงให้นำเงินไปลงทุนผิดประเภท หรือการใช้เงินก้อนหมดอย่างรวดเร็วหลังเกษียณ
ในด้านกลยุทธ์การลงทุนนั้น นายศรพล กล่าวว่า กบข. ใช้การจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation – SAA) โดยจะมีการทบทวนแผนการลงทุนทุก 3-5 ปี เพื่อกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งหุ้น พันธบัตร และสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative) เช่น Private Equity และอสังหาริมทรัพย์ โดยในปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นในต่างประเทศ อาทิต ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นมาก
นอกจากนี้ กบข. มีแผนจะนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้เพื่อสร้าง Insight ในการบริหารงาน ทั้งด้านการลงทุนและการจัดสวัสดิการให้ตรงใจสมาชิกมากขึ้น เช่น การทำแพ็กเกจสวัสดิการที่คัดสรรตามไลฟ์สไตล์ (Customized Welfare)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทุกเม็ด! 'สมชัย' เอาบ้างโพสต์ 'รับทราบรับปฏิบัติ' 4 ข้อเสนอเงินบริจาคกองทุนสู้ฟ้องปิดปากเป๋ายิ่งชีพ
เอาบ้าง! สมชัย อดีตกกต. โพสต์รับทราบ รับปฏิบัติบริหารจัดการเงินบริจาคกองทุนช่วยเป๋ายิ่งชีพ
เอกนิติ เร่งเครื่องปฏิรูปเศรษฐกิจไทย 3 ด้านดันจีดีพีโต 3++
เอกนิติ เร่งปฎิรูปเศรษฐกิจไทย 3 ด้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน แก้ปัญหาสังคมสูงอายุ เพิ่มทักษะแรงงานรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันGDPไทยกลับมาโต 3++ ขณะที่จับตาเงินเฟ้อสูง ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ชี้เป็นจุดอันตรายเศรษฐกิจ

