ฝ่ายค้านฟังไว้! รัฐบาลแจงประโยชน์โครงการ Missing Link

รัฐบาลตอบฝ่ายค้าน ชี้โครงการ Missing Link เชื่อมรถไฟชุมพร–ท่าเรือระนอง ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานประเทศ -เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมจีน-สิงคโปร์ ยันรับฟังข้อเสนอทุกฝ่าย

29 ก.ค.2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากข้อซักถามของฝ่ายค้านเกี่ยวกับการปรับแนวทางจากโครงการแลนด์บริดจ์ มาสู่การเดินหน้าเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาด หรือ Missing Link แล้วจะทำให้โอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ลดลงไปหรือไม่ รัฐบาลขอยืนยันว่าโครงการ Missing Link ในส่วนรถไฟชุมพร-ท่าเรือระนอง จะยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของทั้งประเทศ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนในระยะต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในทุกภาคโดยเฉพาะภาคใต้ มากไปกว่านั้นการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ในด้านอื่นๆจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เป็นโครงการที่สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า การเติมเต็ม Missing Link เพื่อเชื่อมโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาด จะดำเนินการทั้งระบบราง ถนน และท่าเรือ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาท่าเรือระนอง ขุดลอกร่องน้ำ พัฒนาพื้นที่หลังท่า เชื่อมต่อระบบถนน และก่อสร้างทางรถไฟช่วงชุมพร–ท่าเรือระนอง เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Ranong Gateway เข้ากับโครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศ รวมทั้งเส้นทางไทย–ลาว–จีน และมาเลเซีย–สิงคโปร์

นางสาวรัชดา กล่าวต่อไปว่า ท่าเรือระนอง เมื่อได้รับการยกระดับแล้ว ประโยชน์โดยตรงที่จะเกิดขึ้นคือ 1.เป็นการเปิดประตูการค้าฝั่งอันดามันสู่กลุ่มประเทศ BIMSTEC ได้แก่ บังกลาเทศ อินเดีย เมียนมา และ ศรีลังกา รวมถึงต่อยอดสู่ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป ทำให้การขนส่งสินค้าส่งออกของไทยโดยเฉพาะจากภาคใต้สะดวกขึ้นมาก และ 2.เมื่อโครงข่ายเชื่อมต่อกันสมบูรณ์ จะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า เพิ่มทางเลือกการส่งออกจากฝั่งอันดามัน และยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้ โครงการรถไฟชุมพร–ท่าเรือระนองมีการศึกษาและออกแบบแล้ว เหลือการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างรอบคอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี จึงสะท้อนว่าเป็นโครงการที่มีผลการศึกษาและออกแบบรองรับ สามารถเดินหน้ากระบวนการพิจารณาขั้นต่อไปได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ และนอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์แล้ว รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาภาคใต้ในด้านการท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้าเกษตร การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับภูมิภาคอื่น ตามกรอบแผนพัฒนาภาคของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

“รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอจากทุกฝ่าย โดยการตัดสินใจลงทุนตั้งอยู่บนหลักความคุ้มค่าและประโยชน์ของประเทศ การเติมเต็ม Missing Link ทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วสร้างมูลค่าได้มากขึ้น ลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของทั้งประเทศ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และรัฐบาลจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคใต้ผ่านโครงการต่างๆ มากไปกว่านั้น โครงการนี้ยังสอดรับกับข้อเสนอของภาคเอกชนในเวทีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่ต้องการให้เร่งแก้จุดติดขัดของระบบขนส่งและใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพ” นางสาวรัชดา กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษกป้ายแดงชี้ชุมนุมเป็นสิทธิ์แต่อย่าเอา ปชช.เป็นเครื่องมือ!

โฆษก รบ.ป้ายแดงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนเริ่มทำงาน ย้ำชุมนุมเป็นสิทธิ พร้อมรับฟังความเห็นต่าง แต่ขออย่าใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ

'รัชดา' ยื่นลาออกโฆษกรัฐบาลแล้ว แจงไปภารกิจอื่น ครม.จ่อเคาะ 'หมอเอก' นั่งแทน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยหนังสือลาออกระบุว่า ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตำแหน่งโฆษกประจำสำนักมนตรี

'พิพัฒน์' ชูข้อดีสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง

'พิพัฒน์' เผยข้อดีรัฐบาลเดินหน้าสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทางแสนล้าน เชื่อม 'Missing Link' จีนตอนใต้-มหาสมุทรอินเดีย หนุนส่งออกทุเรียน - สินค้าเกษตรต้นทุนต่ำสุด

นายกฯ ลงนาม 2 โครงการยักษ์ภาคใต้ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-สะพานเชื่อมเกาะลันตา

นายกฯ ลงนามสัญญาบิ๊กโปรเจกต์ก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา -สะพานเชื่อมเกาะลันตา ตอบโจทย์ Missing Link ชู "สะพานแห่งโอกาส" พัฒนาศก.ควบคู่อนุรักษ์ธรรมชาติ เล่านิทานนรก-สวรรค์ เตือนใจผู้รับเหมา ทำงานให้เสร็จ