'พิพัฒน์' ชูข้อดีสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง

'พิพัฒน์' เผยข้อดีรัฐบาลเดินหน้าสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทางแสนล้าน เชื่อม 'Missing Link' จีนตอนใต้-มหาสมุทรอินเดีย หนุนส่งออกทุเรียน - สินค้าเกษตรต้นทุนต่ำสุด

02 ก.ย.2569 - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.สงขลาเห็นชอบให้มีการเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 วงเงินรวม 106,798 ล้านบาท รวม 3 เส้นทาง ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ว่าทั้ง 3 โครงการนี้จะเข้ามาตอบโจทย์นโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือ Missing Link เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระบบรางที่สมบูรณ์ครบวงจร (Full Loop) โดยการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 3 โครงการจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภาคใต้และระดับประเทศ เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์จากจีนตอนใต้ โดยสามารถรองรับการขนส่งสินค้าจากพื้นที่จีนตอนใต้ ผ่านประเทศลาว และส่งตรงลงมายังพื้นที่ภาคใต้ในปริมาณมากขึ้นและสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนั้นยังเป็นประโยชน์สำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ โดยส่งออกผลไม้จากในพื้นที่ เช่นการส่งออกทุเรียนไทย สามารถเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งเพื่อไปจำหน่ายยังตลาดจีนตอนใต้ผ่านทางระบบราง ช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนั้นเส้นทางรถไฟทางคู่ภาคใต้ยังสามารถเปิดเส้นทางส่งออกสู่มหาสมุทรอินเดียด้วยต้นทุนต่ำที่สุด เนื่องจากประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่มีท่าเรือฝั่งมหาสมุทรอินเดีย การพัฒนาทางคู่สายใต้จะช่วยให้ไทยสามารถขนส่งสินค้าทางรางเพื่อเชื่อมต่อไปยัง รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งออกสินค้าต่อไปยังอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ซึ่งนับเป็นเส้นทางขนส่งที่มีค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่ำที่สุดในขณะนี้

สำหรับเส้นทางรถไฟทางคู่สายใต้ที่มีการอนุมัติก่อสร้างในที่ประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา ประกอบไปด้วย 1.โครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2575 วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท 2.โครงการช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2576 วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และ 3.โครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ถึง 2574 วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' ดักคอ ครม.สัญจร หว่านงบ 5 หมื่นล้าน คนใต้จะได้อะไรหรือแค่แจกเค้กกลุ่มทุนใกล้ชิดรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา ว่า สิ่งที่สำคัญมากกว่านอกจากที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีโครงการงบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาทลงพื้นที่ภาคใต้

ครม.ไฟเขียวแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งนางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

'อนุทิน' ลั่นแก้ไฟใต้ต้องดีขึ้น 'นายกฯ-มท.1' คนเดียวกัน ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกัน

"อนุทิน" ชี้แก้ไฟใต้มันต้องดีขึ้น "นายกฯ-มท.1" คนเดียวกัน ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกันเป็นรูปธรรม ดึงคนในพื้นที่ช่วยสื่อสาร หากอยากเห็นสันติสุข ไม่กล้าพูดปัญหาจะจบ เหตุเกิดมา 30-40 ปีแล้ว แต่มั่นใจจากนี้เป็นหนึ่งเดียวแน่นอน

'นายกแป้น' เผยนายกฯ เมตตาช่วยชาวหาดใหญ่ อนุมัติงบแก้น้ำท่วม ย้ำไม่มีเรื่องการเมือง

“นายกแป้น” เผย นายกฯ เมตตาชาวหาดใหญ่ สั่งเร่งทำสัญญาโครงการแก้มลิงคลองเรียนภายในเดือนนี้ พร้อมอนุมัติงบรวม 200 ล้าน ทำแก้มลิง 2 จุด หวังชะลอน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ ย้ำไม่มีเรื่องการเมือง นายกฯ ตั้งใจช่วยคนหาดใหญ่จริงๆ

ครม.อนุมัติย้ายสถานที่จัดงาน 'พืชสวนโลก 72' จากเดิม อ.คง ไป อ.ปากช่อง

ครม. อนุมัติย้ายสถานที่จัดงานพืชสวนโลก 2572 จากอำเภอคง เปลี่ยนเป็นอำเภอปากช่อง ให้เร่งจัดทำผังแม่บท แผนบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่ภายหลังการจัดงาน ให้ไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่า ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องหลังสิ้นสุดการจัดงาน งบเดิม 4,281 ล้านบาท

ครม.ดันโครงการ 5 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งแก้น้ำท่วม ซ่อมถนน สร้างรพ.

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี) ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ โดยที่ประชุม ครม. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาข้อเสนอโครงการสำหรับ 5