จับตาสงครามรัสเซีย-ยูเครนหนุนราคาเหล็กพุ่ง

เอกชนลุ้นไทยใช้เหล็กปีนี้ โตทะลุ 5% จับตาสงครามรัสเซีย-ยูเครนหนุนราคาเหล็กพุ่ง ชี้หากยังยืดเยื้ออาจกระทบอุตสาหกรรมเหล็กยาวถึงไตรมาสที่ 3

16 มีนาคม 2565 – นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กในปี 2564 ว่า ประเทศไทยมีการบริโภคสินค้าเหล็กสำเร็จรูปทั้งหมด 18.64 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ทั้งนี้จึงคาดการณ์ว่าในปี 2565 จะมีการบริโภคสินค้าเหล็กอยู่ที่ 19.6 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่นการก่อสร้างโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ แต่ทั้งนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก รวมถึงผลกระทบของสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน

“ต้องยอมรับว่าสงครามรัสเซียและยูเครนมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับอุตสาหรรมเหล็ก เนื่องจากทั้งสองประเทศถือเป็นประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำของอุตสาหกรรมเหล็ก ทำให้ปัจจุบันไม่สามารถผลิตและส่งออกวัตถุดิลเหล่านั้นได้ ทำให้ราคาเหล็กในกลุ่มประเทศยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาขาดแคลนในปัจจุบัน ทำให้ผู้ผลิตในประเทศต่าง ๆ นั้นมีความต้องการที่จะส่งเหล็กไปขายในพื้นที่นั้นเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยเองก็อาจจะได้รับผลกระทบเป็นโดมิโนตามมาเนื่องจากก็มีสัดส่วนการนำเข้าเหล็กจากทั้งสองประเทศนี้ประมาณ 0.8-1.8% ทั้งนี้มองว่าหากปัญหาสงครามยังยืดเยื้อและรุนแรงเพิ่มขึ้นอาจจะส่งผลกระทบมายังราคาและความขาดแคลนที่เพิ่มขึ้นไปถึงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้”นายนาวา กล่าว

นายนาวา กล่าวว่า เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กไทยอย่างยั่งยืน ภาครัฐควรเร่งดำเนินการตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก 4.0 ซึ่งเป็นแผนที่กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยมีสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยเป็นที่ปรึกษา ได้ยื่นต่อกระทรวงอุตสาหกรรม และได้มีการนำเสนอแผนต่อคณะทำงานศึกษาแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กไทยอย่างยั่งยืนเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา รวมถึงแผนเร่งด่วนที่ควรเร่งดำเนินการ เช่น การควบคุมการตั้งโรงงานสินค้าเหล็กบางประเภท ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตล้นเหลือ และมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลได้ควบคุมห้ามตั้งห้ามขยายโรงงานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตหรือเหล็กแท่งเล็กสำหรับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต

และขยายผลการส่งเสริมการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศในโครงการร่วมลงทุนภาครัฐเอกชน (PPP) ด้วย นอกเหนือจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เนื่องจากโครงการ PPP มีมูลค่าการลงทุนที่สูงมาก โดยแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 (แผนร่วมลงทุน) มีรายการโครงการที่ประสงค์จะร่วมลงทุนทั้งหมดรวม 110 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท ซึ่งหากสามารถสนับสนุนให้ใช้สินค้าในประเทศได้จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างมหาศาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอกชนโอด!สงครามดันเม็ดพลาสติกพุ่ง 50-70%

‘เอกชน’โอดสงคราม กระทบอุตฯปิโตรเคมีดันต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง 50-70% ห่วงหากยืดเยื้อ 'เอสเอ็มอี' อ่วมหนักต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งวัตถุดิบและการขนส่ง ด้าน ส.อ.ท.แนะ เร่งกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ- หนุนใช้พลังงานสะอาด-ลดการพึ่งพาวัตถุดิบต่างประเทศ

ท่องเที่ยวภูเก็ตอ่วม! น้ำมันแพงทำต้นทุนโรงแรมพุ่ง 25% ขนส่งแตะ 40%

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานในปัจจุบันกำลังกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

'ทวี' ทุบเสือนอนกิน ลั่นค่าไฟ 3 บาทไม่ใช่ฝัน เลิกอุ้มทุนคืนพลังงานให้รัฐ

“ทวี สอดส่อง' เปิดโหมดเดือด สุดทนคนไทยจ่ายค่าไฟกันอ่วม ชี้ทุบต่ำกว่า 3 บาทไม่ใช่ฝัน  ฉะเลิกอุ้มทุน คืนพลังงานให้รัฐ

'เอกชน'จับตาเหตุสหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน หวั่นทองคำและน้ำมันดีดตัวสูง

‘เอกชน’ จี้จับตาเหตุสหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน หวั่นราคาทองคำ/น้ำมันมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และจะกระทบกับทั่วโลก แนะกระทรวงพลังงานและบริษัทน้ำมันควรหารือร่วมกันโดยด่วน วางแผนเรื่องการเส้นทางการขนส่งสำรอง

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติลงมติสนับสนุนยูเครน สหรัฐฯ งดออกเสียง

ในโอกาสครบรอบ 4 ปีของการเริ่มต้นสงครามรุกรานของรัสเซีย สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ลงมติรับรองร่างมติสนับสนุนยูเครน