‘คลัง’ ชี้เศรษฐกิจไทยQ3ยังไม่สะเด็ดน้ำ ห่วงน้ำมันพุ่งกระทุ้งเงินเฟ้อ ลุ้นท่องเที่ยวหนุน

‘คลัง’ ชี้เศรษฐกิจไทย Q3 ยังไม่สะเด็ดน้ำ ห่วงราคาพลังงานผันผวนจากสงครามยืดเยื้อ กระทุ้งเงินเฟ้อขยับ กระทบการบริโภคประชาชน ชี้ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ แค่ช่วยประคองไม่ใช่กระตุ้น ลุ้นไตรมาส 4 ‘ท่องเที่ย-เงินกู้เปลี่ยนผ่าน’ ช่วยหนุนฟื้นตัว

17 ส.ค. 2569 – นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2569 ยังชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ยังไม่ได้ก้าวกระโดดพ้นภัย หรือพ้นปัญหา เนื่องจากยังมีความเสี่ยงเรื่องสงครามที่ยังไม่จบ ซึ่งไตรมาสที่ 3 นั้น ถือว่าว่าอยู่ในช่วงวิกฤตระลอกที่ 3 เรื่องกำลังซื้อในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้ว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ และถือเป็นกันชนระดับหนึ่งในเรื่องการประคองการบริโภค แต่คงไม่ใช่การกระตุ้นให้การบริโภคกลับมาแข็งแรงได้เลย เพราะอีกด้านหนึ่งก็ต้องระวัง หากไปกระตุ้นการบริโภคมากเกินไปในสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอีกได้ ดังนั้นการเร่งออกมาตรการแต่ละส่วนจึงต้องพิจารณาเพื่อสร้างสมดุลอย่างมีประสิทธิภาพ

“ตอนแรกประเมินว่าตัวเลขเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะแย่ไปกว่านี้ ก็ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ไม่ได้แย่อย่างที่คิด แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ เพราะว่าสงครามยังไม่จบ ส่วนเรื่องกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงนั้น ปัจจุบันยังมีโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่ยังดำเนินการอยู่ ก็ถือว่าเป็นกันชนระดับหนึ่งในเรื่องการบริโภค ส่วนหลังจากนี้ ก็จะโครงการใช้เงินกู้ ตาม พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่รัฐบาลให้โจทย์ไปว่าโครงการต่าง ๆ จะต้องออกมาเพื่อเป็นการเยียวยา บรรเทาภาระและต้นทุนของประชาชน เช่น การบรรเทาค่าไฟฟ้า ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นอีกส่วนที่ช่วยเหลือเรื่องการบริโภคได้บางส่วนด้วย” นายสันติธาร กล่าว

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2569 น่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวได้ดีขึ้น จากแรงสนับสนุนในเรื่อง ‘การท่องเที่ยว’ หลังจากที่ไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากปัจจัยเสริมจากการจัดกิจกรรมประชุม สัมมนาที่สำคัญ อาทิ การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12-16 ต.ค. 2569 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมถึง 1.5 หมื่นคน จาก 190 ประเทศทั่วโลก, การจัดประชุม World Economic Forum และการจัดเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ Tomorrow Land ซึ่งทั้งหมดจะมีส่วนช่วยทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยที่เคยแผ่วในไตรมาส 2 เริ่มกลับมาได้บ้าง และมีส่วนช่วยในการประคองเศรษฐกิจในปี 2569

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสริมจากเม็ดเงินของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่่ยนผ่านพลังงาน ที่จะเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น จะเป็นอีกอานิสงส์สำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2569

อย่างไรก็ดี กลุ่มที่ยังน่าเป็นห่วงเป็นพิเศษคือ ‘ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี’ เนื่องจากกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งรายได้ที่ลดลง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเป็นภาวะที่เรียกว่า Double Squeeze คือการถูกบีบทั้งจากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันยังเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก

เพิ่มเพื่อน