
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดการค้ายั่งยืน ผ่านงาน ‘Thailand Local SDGs Plus Expo 2026’ ระดมผู้ประกอบการจาก 76 จังหวัดกว่า 200 ราย นำสินค้ารักษ์โลกและผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 1,000 รายการ มาจัดแสดง พร้อมเปิดเวที Business Matching และ Design & Innovation Clinic หวังเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
27 ส.ค. 2569 – กระทรวงพาณิชย์จัดงาน “Thailand Local SDGs Plus Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Rooted in Local, Rising for Global” มุ่งนำจุดแข็งด้านภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นของไทยมาต่อยอดด้วยนวัตกรรมและแนวคิดด้านความยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างโอกาสเข้าสู่ตลาดสากล
ทั้งนี้ ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการจาก 76 จังหวัดกว่า 200 ราย พร้อมสินค้ากว่า 1,000 รายการ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคอย่างรับผิดชอบ ทั้งแนวคิด Hyper-Local, Regenerative, Zero-Waste และ Carbon-Neutral สะท้อนทิศทางการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่การผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างภาคธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการและสร้างโอกาสทางการค้าในระยะยาว
สำหรับรูปแบบการจัดงานปีนี้ กระทรวงพาณิชย์วางให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า โดยมีทั้งพื้นที่จำหน่ายสินค้า การเจรจาธุรกิจ Business Matching ระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึง Design & Innovation Clinic ที่ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและนวัตกรรม เพื่อช่วยผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดและเพิ่มโอกาสแข่งขันในเวทีโลก
หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานคือ บริษัท แม็คซ์ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด หรือ Maxfood ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ไอศกรีมแช่แข็งในรูปแบบ One Stop Service ตั้งแต่การพัฒนาคอนเซปต์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ จัดหาวัตถุดิบ วิเคราะห์สูตร ออกแบบบรรจุภัณฑ์ วางแผนต้นทุน ไปจนถึงการผลิตและส่งออก
Maxfood นำผลิตภัณฑ์ 5 กลุ่มเข้าร่วมจัดแสดง ได้แก่ Maxfresh, Maxii Beaucoup, Mochi Ice Cream, Popadoo และ Fruit Lato Stick โดยมุ่งรองรับทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอาหารแช่แข็งและผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเอง พร้อมให้บริการตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการทำตลาดและส่งออก
ขณะเดียวกัน Maxfood ยังวางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDGs ใน 6 เป้าหมาย ได้แก่ SDG 1 ขจัดความยากจน, SDG 2 ขจัดความหิวโหย, SDG 7 พลังงานสะอาด, SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ, SDG 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน และ SDG 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
อีกหนึ่งไฮไลต์ด้านการสร้างเครือข่ายธุรกิจ คือการลงนาม MOU “ความร่วมมือในการซื้อขายสินค้า” ระหว่างบริษัท แม็คซ์ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้ซื้อ และกลุ่มปัตตาเวียทรัพย์มั่นคง เชียงราย ในฐานะผู้ขาย เพื่อร่วมกันซื้อขายสับปะรดภูแลและสับปะรดปัตตาเวีย รวมถึงศึกษารูปแบบการทำธุรกิจร่วมกันในระยะยาว
เบื้องต้นทั้งสองฝ่ายกำหนดปริมาณการซื้อขายระยะเวลา 1 ปี รวม 20 ล้านลูก คิดเป็นมูลค่าประมาณ 140 ล้านบาท สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและเครือข่ายเกษตรกรในการสร้างตลาดรองรับผลผลิตและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทย
อย่างไรก็ดี ภาพรวมของ Thailand Local SDGs Plus Expo 2026 จึงสะท้อนทิศทางของกระทรวงพาณิชย์ในการเปลี่ยนบทบาทงานแสดงสินค้า จากการเป็นพื้นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ไปสู่แพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจ ตั้งแต่ผู้ผลิต เกษตรกร ผู้ซื้อ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำศักยภาพจากระดับท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นโอกาสทางการค้าระดับโลก และผลักดันสินค้าไทยให้เติบโตบนกระแสเศรษฐกิจสีเขียวและการค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

