
‘กบข.’ ลุยปั้นกลยุทธ์ TPA เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง-สร้างผลตอบแทนระยะยาว ยกระดับการลงทุนให้ยืดหยุ่น พร้อมเดินเครื่องแก้กฎหมายขยายสิทธิอดีตสมาชิก-ข้าราชการบำนาญออมต่อ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว กางผลงานปั๊มผลตอบแทนให้สมาชิกสุดแกร่ง
27 ส.ค. 2569 – นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. อยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายในการขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข. ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน
“เรามีการสำรวจสมาชิก 80-90% สนใจจะเอาเงินกลับมาออมต่อ โดยขณะนี้ มีคณะทำงานย่อย เพื่อพิจารณาการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) และเสนอกระทรวงการคลังต่อไป โดยการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวนั้น โดยขยายสิทธิ์ตามกฎหมายด้านสมาชิก เช่น ให้อดีตสมาชิกนำเงินก้อน กบข. ที่ได้รับตอนเกษียณกลัยมาให้ กบข.บริหารต่อ, ให้สิทธิอดีตสมาชิกส่งเงินบำนาญ รายเดือนหรือเบี้ยหวัดกลับมาให้ กบข.บริหาร หรือ จัดสิทธิสวัสดิการให้แก่ผู้ออมต่อ รวมถึงการพัฒนาทางเลือกการบริหารเงินหลังเกษียณ” นายศรพล กล่าว
ด้านการลงทุน จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ลดลง กบข. จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ (Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก โดยปัจจุบัน กบข. ได้เริ่มนำแนวคิด Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น
นายศรพล กล่าวถึงภาพรวมผลตอบแทน กบข. ตั้งแต่ต้นปีถึง 16 ส.ค. 2569 ว่า ในส่วนของแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป ผลตอบแทน 8.08%, แผนสมดุลตามอายุสัดส่วนใหม่ สมาชิกอายุน้อยกว่า 50 ปี ให้ผลตอบแทน 17.23%, แผนกองทุนรวมวายุภักษ์ ให้ผลตอบแทน 12.26%, แผนการลงทุนตามหลักซะรีอะฮ์ ให้ผลตอบแทน 20.41%, แผนหุ้นไทย ให้ผลตอบแทน 34.69%, แผนหุ้นต่างประเทศผลตอบแทน 24.19%, แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ผลตอบแทน 15.79% และแผนทองคำ ผลตอบแทน 5.58% โดย กบข. ยังคงเป้าหมายผลตอบแทนระยะยาวชนะอัตราเงินเฟ้อบวก 2-3% ต่อปี
“ในช่วงที่เหลือของปีนี้ เศรษฐกิจไทยยังเติบโต แต่ความผันผวนจะสูง สำหรับความท้าทายในช่วงครึ่งปีหลัง มีดังนี้ 1.ความเสี่ยงฟองสบู่ AI Semiconductor 2.ช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมัน 3.เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย 4.ตราสารหนี้ภาครัฐ และ Bond Yield ระยะยาว 5.ภาษีสหรัฐฯ และการแบ่งขั้นการค้า 6.การเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Election) ของสหรัฐฯ” เลขาธิการ กบข. ระบุ
สำหรับปัจจุบัน กบข. มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) อยู่ ที่ 1.6 ล้านล้านบาท โดยยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ขึ้นตาม 2 ส่วนคือ 1.มีการออมเพิ่ม แต่ตอนช่วงเกษียณก็จะมีการถอนออก และ 2.ปัจจัยเรื่องราคาสินทรัพย์ขึ้นค่อนข้างเยอะ และมีสมาชิกมากกว่า 1.2 ล้านราย

