
รัฐบาลยกระดับบริการธุรกิจออนไลน์ 87 กระบวนงาน ลดขั้นตอน–ต้นทุนผู้ประกอบการ จดทะเบียนดิจิทัลแตะ 95.48% เดินหน้าสกัดบัญชีม้า–นอมินี
30 สิงหาคม 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับบริการภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน ระยะเวลา และต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้พัฒนากระบวนงานอนุมัติและอนุญาตตามกฎหมายรวม 87 กระบวนงาน ผ่านระบบบริการหลัก 8 ระบบ ให้สามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้อย่างครบวงจร ส่งผลให้ปัจจุบันการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 95.48
ระบบบริการสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัลผ่าน DBD Biz Regist การจดทะเบียนบริษัทมหาชนผ่าน e-PCL การนำส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing และการจดทะเบียนสมาคมการค้าและหอการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน e-TACC โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบดิจิทัล 100% ทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกรรมได้ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพในการตรวจสอบและป้องกันการใช้ระบบนิติบุคคลเป็นช่องทางกระทำผิด กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงนำเทคโนโลยี AI รวมถึงระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัล Digital ID, ThaiD และ e-KYC มาใช้ตรวจสอบข้อมูล พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านราย ฐานข้อมูลกลุ่มเสี่ยง HR-03 และรายชื่อบัญชีม้ากว่า 90,000 รายชื่อ
นอกจากนี้ ยังใช้ระบบวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมนิติบุคคล หรือ IBAS สนับสนุนการตรวจสอบธุรกิจเสี่ยง 6 กลุ่ม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกรมสรรพากร
ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้จำนวนนิติบุคคลบัญชีม้าลดจาก 594 รายในปี 2568 เหลือ 58 บริษัทในปี 2569 ขณะที่กลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงร้อยละ 65.22 สะท้อนการยกระดับบริการที่ช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการทำธุรกิจได้สะดวกขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรองและป้องกันความเสี่ยง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเปิดระบบ DBD DataWarehouse+ ให้ประชาชนและภาคเอกชนสามารถตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลกว่า 2 ล้านรายได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ Business Data Exchange หรือ BDEX กับหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 181 แห่ง ช่วยลดการเรียกสำเนาเอกสารและลดภาระในการติดต่อราชการ
“รัฐบาลมุ่งให้บริการดิจิทัลช่วยให้การเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจสะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนลดลง ขณะเดียวกันต้องทำให้ระบบมีความโปร่งใสและปลอดภัยมากขึ้น การนำเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลมาใช้จึงช่วยทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบบัญชีม้า นอมินี และนิติบุคคลที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบธุรกิจของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรอมิส เพิ่มฟังก์ชันใหม่! ยืนยันตัวตนผ่าน ThaID สมัครง่าย ไม่ต้องไปสาขา
สินเชื่อส่วนบุคคลพรอมิสยกระดับบริการผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ ให้ผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID ได้ทันที สะดวก ปลอดภัย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง สมกับสโลแกน “เงินไม่พอบอกพรอมิส”
รัฐโวยอดใช้จ่ายไทยช่วยไทย ทะลุ 2.68 หมื่นล้านบาท
รัฐบาล เผย ยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 2.68 หมื่นล้านบาท ประชาชนรับสิทธิ 26.74 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1.19 ล้านราย
เปิดเงื่อนไขสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาท
รัฐบาล แจ้ง เงื่อนไขสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS หลัง ธอส. เปิดรับกู้แล้ว ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาท
รองโฆษกรัฐบาลโต้ 'กรณ์' รัฐบาลตอบด้วยผลงาน ไม่ใช่คำพูด
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีราย
'เอกนิติ–วิทัย' เปิดเวทีหารือ IMF ถกหนี้ครัวเรือน ชู AI–การเงินดิจิทัล
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีส
รัฐบาลเร่งช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคตะวันออก สุชาติ นำทีม ทส. ช่วยระบายน้ำ
รัฐบาลเร่งช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคตะวันออก “สุชาติ” ระดม ทส.หนึ่งเดียว ส่งเรือ–เครื่องสูบน้ำ–กำลังเจ้าหน้าที่ เร่งระบายน้ำและช่วยประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

