
รัฐบาล เผย ยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” ทะลุ 2.68 หมื่นล้านบาท ประชาชนรับสิทธิ 26.74 ล้านราย ร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1.19 ล้านราย
18 ตุลาคม 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ภายใต้มาตรการร่วมจ่าย 60/40 ของรัฐบาล ว่า จากข้อมูลล่าสุด ณ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 23.00 น. พบว่ามีประชาชนกดรับสิทธิรวมทั้งสิ้น 26,740,565 ราย ขณะที่มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วจำนวน 1,191,936 ราย สะท้อนการเข้าร่วมโครงการของประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้มาตรการดังกล่าวช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจชุมชน
นางสาวลลิดากล่าวว่า สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมผ่านโครงการล่าสุด มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 26,809.2 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่ายจำนวน 15,557.9 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่ายจำนวน 11,251.3 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนเม็ดเงินที่หมุนเวียนผ่านการซื้อสินค้าและบริการภายใต้โครงการ โดยมาตรการร่วมจ่ายของรัฐบาลช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
เมื่อแยกตามช่องทางการใช้จ่าย พบว่า การใช้จ่ายผ่านบริการ Food Delivery มีมูลค่ารวม 1,159.9 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 668.2 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 491.7 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าอื่น ๆ มีมูลค่ารวม 25,649.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 14,889.7 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 10,759.6 ล้านบาท
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า การที่มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วกว่า 1.19 ล้านราย ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการให้เข้าถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก
ทั้งนี้ การลงทะเบียนรับสิทธิของประชาชนได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ยอดประชาชนกดรับสิทธิ 26,740,565 ราย เป็นยอดสรุปหลังปิดการลงทะเบียน โดยรัฐบาลจะติดตามผลการใช้จ่ายและการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการร่วมจ่ายเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยยอดใช้จ่ายสะสมกว่า 26,800 ล้านบาท สะท้อนการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผ่านโครงการ และการมีส่วนร่วมของประชาชนและร้านค้าจำนวนมาก รัฐบาลมุ่งหวังให้เม็ดเงินดังกล่าวช่วยเพิ่มรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นการจับจ่ายสินค้าและบริการ และสนับสนุนการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในชุมชน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะติดตามการดำเนินมาตรการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้จ่ายภายใต้โครงการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และบรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือประชาชน ควบคู่กับการเสริมสภาพคล่องให้ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อย อันจะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดเงื่อนไขสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาท
รัฐบาล แจ้ง เงื่อนไขสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS หลัง ธอส. เปิดรับกู้แล้ว ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% ผ่อนเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาท
รองโฆษกรัฐบาลโต้ 'กรณ์' รัฐบาลตอบด้วยผลงาน ไม่ใช่คำพูด
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีราย
'เอกนิติ–วิทัย' เปิดเวทีหารือ IMF ถกหนี้ครัวเรือน ชู AI–การเงินดิจิทัล
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีส
รัฐบาลเร่งช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคตะวันออก สุชาติ นำทีม ทส. ช่วยระบายน้ำ
รัฐบาลเร่งช่วยน้ำท่วม 3 จังหวัดภาคตะวันออก “สุชาติ” ระดม ทส.หนึ่งเดียว ส่งเรือ–เครื่องสูบน้ำ–กำลังเจ้าหน้าที่ เร่งระบายน้ำและช่วยประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
'รอยเตอร์' ยกเศรษฐกิจไทยแกร่งกว่ายุควิกฤต 40
“ลลิดา” อ้าง รอยเตอร์ ยกเศรษฐกิจไทยแกร่งกว่ายุควิกฤตปี 40 รับมือแรงกดดันโลกได้ดีขึ้น “เอกนิติ” เตรียมชูไทยเป็น “Trusted Connector” บนเวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
'ลลิดา' แจงนายกฯไปสิงคโปร์ คนไทยได้โอกาสทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ทิ้งปัญหาน้ำท่วม
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การเดินทางไปสิงคโปร์ของนายกรัฐมนตรีในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมว่า รัฐบาลเข้าใจความห่วงใยของประชาชน

