ถอดรหัสยุทธศาสตร์ ปตท.ควบคู่ภารกิจสร้างความมั่นคงพลังงานให้ประเทศ

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ภาคพลังงานทั่วโลกต้องเผชิญกับความผันผวนของต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ สำหรับประเทศไทย องค์กรหลักที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งต้องแบกรับบทบาทคู่ขนาน ทั้งการเป็น “รัฐวิสาหกิจ” เพื่อรักษาเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ และการเป็น “บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์” ที่ต้องส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ได้บรรยายสรุปผลการดำเนินงานแก่คณะผู้บริหารสื่อมวลชนและสื่อมวลชนอาวุโส พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” ภายใต้พันธกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่การลดก๊าซเรือนกระจก และดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล

รับมือวิกฤตด้วยความพร้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ปตท. ได้พิสูจน์ศักยภาพในการบริหารจัดการธุรกิจตลอด Supply Chain เพื่อรองรับความเสี่ยง โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงของชาติ ได้แก่ กระจายแหล่งจัดหา: ลดการพึ่งพิงแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และใช้เครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง , บริหารสภาพคล่อง: เตรียมสภาพคล่องทางการเงินรองรับความผันผวนของต้นทุน , เพิ่มความยืดหยุ่นของโรงกลั่น: ลงทุนล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้โรงกลั่นรองรับน้ำมันดิบได้จากหลากหลายแหล่ง

ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 โตแกร่งเกินคาด

ด้วยการวางกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจ Hydrocarbon ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมกำกับดูแลการลงทุนอย่างรัดกุมและโปร่งใส ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่น กำไรสุทธิ: 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 33,000 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ระดับสากล: ครองอันดับ 1 ของไทย และอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ขับเคลื่อนธุรกิจตามกลยุทธ์สำคัญ

ธุรกิจสำรวจและผลิต: เดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศ และเร่งขยายการลงทุนในต่างประเทศ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG): ใช้เครือข่ายการค้าสากลกระจายแหล่งพลังงาน ตั้งเป้าพอร์ตโฟลิโอ LNG แตะ 3.7 ล้านตันในปี 2569, เพิ่มเป็น 10 ล้านตันในปี 2573 และ 15 ล้านตันในปี 2578 เพื่อเป็นเชื้อเพลิงหลักในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ทั้งนี้ ปตท. ร่วมกับกระทรวงพลังงานและพันธมิตร เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14 – 17 ก.ย.นี้ เพื่อแสดงศักยภาพบนเวทีพลังงานโลก ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น: เดินหน้าหาพันธมิตรระดับโลกเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก (Flagship) พร้อมปรับตัวตามบริบทความไม่สงบในตะวันออกกลางและนโยบายภาครัฐ (Government Intervention)

รุกโครงสร้างพื้นฐานความยั่งยืน สู่เป้าหมาย Net Zero

โครงการ CCS (Carbon Capture and Storage): เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แหล่งอาทิตย์ในอ่าวไทย โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2571 โครงการ I-SPARK: โครงการนำร่องเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การฟื้นฟูธรรมชาติ: ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดูแลผืนป่าเพื่อเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนและสร้างคาร์บอนเครดิตผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน

เสริมแกร่งภายใน ดูแลประชาชน และตอบแทนสังคม

Profit Enhancement Initiatives: สร้างมูลค่าเพิ่มภายในกลุ่ม ปตท. รวมกว่า 8,700 ล้านบาท ผ่านโครงการ MissionX Digital Transformation: ขับเคลื่อนโครงการ AXIS นำเครื่องมือดิจิทัลและ AI มายกระดับการทำงาน บูรณาการความร่วมมือ: เชื่อมโยง Supply Chain และการตลาดผ่านโครงการ P1 และ D1 รวมถึงรักษาวินัยทางการเงินและบริหารกระแสเงินสดผ่านโครงการ Financial Excellence (F1) จนสามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเดียวกับประเทศ บรรเทาภาระประชาชน: สนับสนุนมาตรการภาครัฐด้านราคาพลังงานรวมมูลค่าประเมินประมาณ 17,500 ล้านบาท (เป็นสัดส่วนของ ปตท. กว่า 8,500 ล้านบาท)

30 ปี โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม เสาหลักพลังงานภาคใต้

ในโอกาสนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ซึ่งครบรอบ 30 ปีในปี 2569 สะท้อนถึงความทุ่มเทของบุคลากรทุกรุ่นในการสร้างความมั่นคงให้ภาคใต้และประเทศ พร้อมกำหนดทิศทางสู่อนาคต 4 ประการ 1.ยึดมั่นในความปลอดภัย ความเป็นเลิศ โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมาย 2.ปรับตัวนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ผ่านโครงการ Mission X และ Axis) 3. ลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อผลประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและประเทศ 4.เติบโตเคียงข้างชุมชน สร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืน

ในวาระก้าวสู่ปีที่ 48 ของ ปตท. ผลลัพธ์และทิศทางการดำเนินงานทั้งหมดสะท้อนการยึดมั่นในหลัก Energy Trilemma อย่างสมดุล ทั้งมิติด้านความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ความสามารถในการเข้าถึงราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ (Affordability/Competitiveness) ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) เพื่อเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน