
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) เผยแพร่ 4 ผลงานวิจัยประจำปี 2569 เผยเศรษฐกิจดิจิทัล เสนอให้กำหนดนโยบายลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากดาต้า เซ็นเตอร์ เกษตรยั่งยืน เสนอให้เข้มระบบตรวจสอบย้อนกลับ ระบบราง เสนอเชื่อมโยงระบบขนส่งทั้งหมด และระเบียบเศรษฐกิจพิเศษ เสนอดันเป็นฐานการผลิตเชื่อมบ้านเพื่อน พร้อมเสนอผลศึกษาให้รัฐและเอกชนเพื่อนำไปใช้กำหนดนโยบาย ทิศทางการขับเคลื่อน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
4 ก.ย. 2569 – นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เปิดเผยภายหลังการจัดงาน ITD Research Forum 2026 “Connectivity X Sustainability” ว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ 4 ผลงานวิจัยประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “ITD Research Forum 2026” ซึ่งประกอบด้วย 1.การบูรณาการระบบรางของไทยสู่ระบบโลจิสติกส์เอเชียเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค
2.การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรไทยเพื่อรองรับแนวโน้มการบริโภคอย่างยั่งยืนในตลาดโลกผ่านระบบ Traceability
3.แนวทางการปรับตัวของไทยและอาเซียนในกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียว โดยเฉพาะการจัดตั้ง Sustainable Data Center
4.การใช้ประโยชน์ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ของไทย เพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงในการกำหนดทิศทาง ขับเคลื่อน และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางภูมิเศรษฐศาสตร์โลก (Geopolitics) ที่ผันผวน กฎระเบียบการค้ายุคใหม่ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด ทำให้ไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ในการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีสากล ITD จึงได้ทำการศึกษาวิจัยโครงการระดับชาติ 4 โครงการ เพื่อผลักดันให้ไทยเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์อย่างทั่วถึงและยั่งยืน
นายวิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) ITD กล่าวว่า ผลการศึกษาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เรื่อง “แนวทางการจัดตั้งและพัฒนา Sustainable Data Center ในไทยและอาเซียน” พบว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญในฐานะเสาหลักของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จากการขยายตัวของ Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ และบริการดิจิทัล ทำให้ความต้องการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยตัวเลขจาก IEA ชี้ว่ากำลังติดตั้ง (installed capacity) ของ Data Center ทั่วโลกอยู่ที่ 114 กิกะวัตต์ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 226 กิกะวัตต์ในปี 2573 และ 277 กิกะวัตต์ในปี 2578
ขณะเดียวกัน Data Center ก็ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างเข้มข้น Sustainable Data Center ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นคำตอบของการลงทุน Data Center ที่ไหลเข้ามาอย่างมหาศาลในอาเซียนและไทย งานวิจัยจึงชี้ว่าโจทย์ของไทยต้องมองอย่างรอบด้าน พิจารณาความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการไทย การจ้างงาน การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการกำกับดูแลที่โปร่งใส โดยเสนอให้ไทยเร่งยกระดับข้อกำหนดด้านความยั่งยืน พร้อมพัฒนาฐานข้อมูล Data Center ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เสริมสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้
ส่วนผลการศึกษา “Traceability ยกระดับสินค้าเกษตรไทยอย่างยั่งยืน” พบว่า ตลาดโลกกำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย คุณภาพ ความโปร่งใส และความยั่งยืนมากขึ้น หลายประเทศจึงยกการตรวจสอบย้อนกลับเป็นเงื่อนไขการเข้าสู่ตลาดของสินค้าเกษตร ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและป้องกันการปลอมแปลง ทำให้การตรวจสอบย้อนกลับสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญของภาคเกษตรไทยในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรได้
อย่างไรก็ตาม การศึกษาพบว่า ไทยยังมีข้อจำกัดจากการที่ระบบตรวจสอบย้อนกลับยังดำเนินการแบบแยกส่วน ข้อมูลไม่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนกันได้อย่างเต็มที่ ขณะที่กรณีศึกษาทุเรียนยังพบปัญหาการเชื่อมข้อมูลกลับไปยังแหล่งผลิต จากการรวบรวมและคัดแยกผลผลิตจากหลายแปลง เอกสารรับรอง และความพร้อมด้านทักษะดิจิทัล งานวิจัยเสนอให้ไทยพัฒนามาตรฐานข้อมูลกลาง บูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และสร้างกรอบกฎหมายและกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน เพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในตลาดโลก
สำหรับผลการศึกษางานวิจัยเรื่อง “การบูรณาการระบบรางของไทยสู่ระบบโลจิสติกส์เอเชียเพื่อยกระดับ ความสามารถการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค” ชี้ว่า ไทยมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์จากการเป็นจุดเชื่อมต่อ ระหว่างอาเซียน จีน อินเดีย และเอเชียใต้ แต่ข้อได้เปรียบดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้จริงก็ต่อเมื่อไทยสามารถ เชื่อมโยงระบบขนส่งทั้งทางราง ถนนและท่าเรือ รวมถึงระบบศุลกากรและกฎระเบียบข้ามพรมแดน ให้เกิดความต่อเนื่อง
โดยงานวิจัยมองว่าประเทศไทยควรพัฒนาระบบรางควบคู่กับการลดต้นทุนขนส่ง โดยเสนอให้เน้นการขับเคลื่อนทั้งระบบนิเวศโลจิสติกส์แบบบูรณาการ ส่งเสริมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม (Inclusive Growth) เพื่อกระจายรายได้จากการค้า และการลงทุนลงสู่ระดับท้องถิ่นที่มีเส้นทางรถไฟพาดผ่าน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ และเติบโตร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างยั่งยืน
ขณะที่ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษของไทย พบว่า ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ยังมีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งในเรื่อง กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าและมาตรฐานของประเทศคู่ค้า อีกทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมากยังอยู่ในกระบวนการ กลางน้ำที่สร้างมูลค่าเพิ่มต่ำ ข้อเสนอจากงานวิจัยจึงมุ่งให้ระเบียงเศรษฐกิจของไทยขยับจากการเป็นฐานการผลิตหรือการประกอบ ไปสู่การเป็นเจ้าของมูลค่าเพิ่มในกิจกรรมต้นน้ำ เช่น การวิจัยและพัฒนาและการออกแบบ และกิจกรรมปลายน้ำ เช่น การสร้างแบรนด์ และการตลาด พร้อมเสนอเครื่องมือเชิงพื้นที่ เช่น FTA Clinic เพื่อช่วยผู้ประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าได้จริง รวมถึง การจับคู่พันธมิตรระหว่างธุรกิจรายใหญ่กับ SMEs และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์
อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาทั้ง 4 โครงการ จะมีการนำเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นต้น เพื่อใช้เป็นองค์ความรู้สำหรับหน่วยงานภาครัฐในการประกอบการกำหนดนโยบาย และส่งให้ภาคเอกชนเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก การค้า เทคโนโลยี และระบบโลจิสติกส์ โดย ITD มุ่งให้ผลงานวิจัยดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ต่อประเทศ เศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ และประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ซีพี ผนึก อว. ดัน Talent Mobility เชื่อมงานวิจัยสู่ธุรกิจจริง
ซีพี ผนึก อว. ดัน Talent Mobility เชื่อมงานวิจัยสู่ธุรกิจจริง เร่งต่อยอด AI–Future Food–Biotech สร้างอุตสาหกรรมใหม่ เพิ่มขีดการแข่งขันไทย
'เอกนิติ' ชูยุทธศาสตร์ 'สติ' บนเวทีคลังเอเปค เสนอ 21 เขตเศรษฐกิจรับมือโลกผันผวน
ขุนคลังไทยเสนอ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปคใช้ยุทธศาสตร์ STI รักษาเสถียรภาพ เร่งเปลี่ยนผ่าน และลงทุนเพื่ออนาคต รับมือเศรษฐกิจผันผวน

