
ดีพร้อม เร่งเครื่อง ‘Rebuild SMEs’ ลุยฟื้นฟูและเสริมแกร่ง SMEs แบบครบวงจร ตั้งเป้าดันธุรกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันระยะยาว
8 ก.ย. 2569 – นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า SMEs ไทย ต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและความท้าทายรอบด้าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากอยู่ในภาวะเปราะบางทั้งด้านสภาพคล่อง การผลิต การตลาด และความสามารถในการแข่งขัน โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งดำเนิน “โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจในปัจจุบัน ให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
โดย “ดีพร้อม” ได้ออกแบบ “โครงการ Rebuild SMEs” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้แนวทาง “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ที่มุ่งบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทำงานเชิงรุกในการลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าถึงปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย ด้วยกระบวนการช่วยเหลือใน “ระบบฟื้นฟูธุรกิจแบบครบวงจร” ครอบคลุม 3 ระยะ คือ
1. การวินิจฉัยสถานประกอบการเชิงลึก เพื่อประเมินระดับผลกระทบ ปัญหา และความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละด้าน ทั้งการผลิต การเงิน การตลาด และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ
2. การให้คำปรึกษาเชิงลึก ณ สถานประกอบการ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะเข้าไปร่วมวางแผนฟื้นฟูและปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน พัฒนากระบวนการบริหารจัดการ ตลอดจนสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่ ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยในระยะยาว
3. การสร้างโอกาสทางการตลาดและการเชื่อมโยงธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคู่ค้าใหม่ เครือข่ายธุรกิจ และช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน
สำหรับในช่วงต้นของการดำเนินงานโครงการฯ ได้มีการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้ประกอบการในด้านการบริหารจัดการ วางแผนการตลาดเชิงรุก และการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ รวมทั้งการสร้างนักวินิจฉัยทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีพร้อมและผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้เฉพาะด้านเพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดส่งทีมนักวินิจฉัยและผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติผ่านการวินิจฉัยปัญหา และให้คำปรึกษาเบื้องต้นไปจนถึงเชิงลึกด้านการปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักรและกระบวนการผลิต เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างรวดเร็ว
รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs ทั่วประเทศ ให้มีความสามารถในการปรับตัวและการแข่งขันได้ ด้วยการให้คำปรึกษาแนะนำสำหรับธุรกิจที่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะสั้นให้มีแผนพัฒนา และฟื้นฟูธุรกิจที่ชัดเจนและสามารถต่อยอด ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่ง SMEs ที่มีศักยภาพสูงด้วยการให้คำปรึกษาและวางแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งครอบคลุม 8 ด้านสำคัญของธุรกิจ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการ การตลาด การเงิน การพัฒนาบุคลากร มาตรฐาน การพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายการดำเนินการจำนวน 800 กิจการ
“การฟื้นฟู SMEs ไม่ใช่เพียงการช่วยให้ธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง แต่ต้องช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกเศรษฐกิจใหม่ โครงการ Rebuild SMEs จึงไม่ใช่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการผ่านพ้นวิกฤตในระยะสั้น แต่เป็นการเข้าไปฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครือข่ายธุรกิจ และศักยภาพในการปรับตัว เพื่อช่วยวางรากฐานความเข้มแข็งให้ SMEs ไทย สามารถปรับตัว สร้างมูลค่าใหม่ แข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นางสาวณัฏฐิญา กล่าว
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (ส่วนกลาง) กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทร. 0 2430 6869 ต่อ 1255 -58 และส่วนภูมิภาคสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 12 แห่งใกล้บ้านท่าน หรือติดตามข้อมูลการเข้าร่วมโครงการ ฯ ได้ที่ https://www.diprom.go.th/th/ และ Facebook Fanpage กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

