“สุรเชษฐ์” อภิปรายหั่นงบกระทรวงคมนาคม 3% ชี้ “สร้าง - ซ่อม” หาทำไปเรื่อยไร้แบบแผน ปั้นโครงการให้ผู้รับเหมาชนชั้นพิเศษ หวังปีนี้จะไม่เห็นโครงการแบ่งฮั้วอีก จับตาหลังงบผ่าน 3 วาระ ชงครม.ขอเวฟเบี้ยวเกณฑ์ 15% โครงการก่อสร้างผูกพัน เชื่อมีแน่ “ระบอบสีน้ำเงิน อะไรที่ผิดก็ทำให้ถูกได้”
8 กันยายน 2569 - จากนั้นเวลา 13.00 น. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 15 งบประมาณกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวงเงิน 1.66 แสนล้านบาท ว่า ขอปรับลดงบประมาณ 3% เพราะกระทรวงคมนาคมตั้งงบประมาณมาแบบหาทำไปเรื่อย เพราะได้งบลงทุนทิ้งห่างจากส่วนอื่น แม้ปากจะบอกว่าอยากทำให้คนส่วนหนึ่งเปลี่ยนจากถนนมาเป็นราง เปลี่ยนจากรถยนต์ส่วนตัวมาเป็นขนส่งสาธารณะ แต่ข้อเท็จจริงงบส่วนใหญ่ลงไปกับการซ่อม และสร้างถนน แบบไร้แผนงานที่เป็นไปได้จริง ที่พอมีแผนอยู่บ้างเป็นโครงการขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ แต่วางแผนแบบผิดทิศผิดทางซ้ำซ้อน จึงควรคิดให้ดีว่าจะลงทุนอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับความชัดเจนในส่วนของตึกคมนาคมแห่งใหม่ ซึ่งปีที่แล้วมีการตั้งงบส่วนนี้ไว้ 4,000 ล้านบาท แต่โดนตัดไปแล้ว และปีนี้ตั้งเพียงแค่งบเช่าตึกใหม่ ประเด็นหลักคือตึกใหม่ซึ่งเป็นความฝันของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ที่อยากจะลงทุน 4,000 ล้านบาท ไปกับตึกให้ข้าราชการโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรต่อในพื้นที่ทำเลทอง
อย่างไรก็ตาม มีแหล่งข่าวระบุว่าสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม จะเลี่ยงบาลี เพราะแม้ว่างบก้อนนี้จะถูกตัดไปแล้วแต่ยังอยู่ในระบบ สิ่งที่เขาจะทำคือให้บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปสร้างตึกนี้แทน และกระทรวงคมนาคมจะไปเช่าอยู่ ซึ่งจะได้ของเดิมตามเจตนารมณ์เดิม จึงอยากได้ความชัดเจนว่าจะไปเช่าที่ไหน อย่างไร และพื้นที่ทำเลทองที่ติดสถานีกลางบางซื่อจะกลายร่างไปสู่อะไร
นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมทางหลวง หาสร้าง และหาซ่อมถนนไปเรื่อย ลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา ไม่มีเหตุผลในการสนับสนุนว่าโครงการใดควรได้งบมากน้อย ทำก่อนหรือหลัง เพราะนอกจากเมกะโปรเจกต์ระดับหมื่นล้านแสนล้าน กระทรวงคมนาคมยังได้งบลงทุนหลักแสนล้านไปกับการทำโครงการขนาดกลาง และขนาดเล็ก ขนาดเล็กต่ำกว่า 600 ล้านบาท ขนาดกลางสำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ 600 - 3,000 ล้านบาท และขนาดใหญ่เป็นหมื่นล้านบาทนั้น แยกออกไปไม่ใช่งบประมาณตามปีปฏิทินปกติ
“งบประจำปีปกติโดยมากจะลงกับกรมทางหลวงโดยหาซ่อมหาสร้างไปเรื่อย เพราะนี่คือขุมทองหลักของข้าราชการ และนักการเมืองในเรื่องค่าต๋ง สิ่งที่น่าเกลียดที่สุดในปีงบประมาณนี้ คือการจงใจ ปั้นโครงการมาให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษมีมากเพียงพอต่อการแบ่ง ทั้งที่ชนชั้นอื่นๆ ใกล้ตายกันหมดแล้ว เพราะงบลงทุนมีเพียง 13% แต่โครงการสำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษเท่านั้น คือโครงการที่มีมูลค่า 600 ล้านบาทขึ้นไปกลับมีเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาโดยปีนี้มีทั้งสิ้น 70 โครงการ ปีหน้าหวังว่าจะไม่เห็นการจัดโครงการมาเพื่อแบ่งฮั้วอีก“ นายสุรเชษฐ์ กล่าว
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า อนุกรรมาธิการไม่กล้ากับหน่วยงานใหญ่ยอดปรับลดต่ำมาก เช่น อนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่แทบไม่ได้ทำหน้าที่ กรอบงบเข้าไปใน 2.65 แสนล้านบาท แต่ตัดได้จริง 312 บาท ที่เหลือเป็นแค่การเลื่อนงวดงาน แถมโครงการของชั้นพิเศษอยู่ครบหมดไม่ตัดเลยสักบาท
“เวลาหน่วยงานเล็กๆที่มีงบแค่หลักร้อยล้านบาทถามนู่นถามนี่ แต่พอหน่วยงานใหญ่ที่ได้รับงบลงทุนระดับแสนล้านอย่างกรมทางหลวง กลับปล่อยผ่านอย่างรวดเร็วง่ายดายแทบไม่มีการพิจารณาในรายละเอียดมีแต่คนเข้าไปป้องเข้าไปชเลียร์“ นายสุรเชษฐ์ กล่าว
นายสุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า ยังมีเรื่องที่รัฐมนตรีตอบมั่วในการพิจารณาวาระแรก ในเรื่องการขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเพื่อเบี้ยวเกณฑ์สำหรับโครงการก่อสร้างผูกพันที่ควรตั้งมาในปีแรก 15% ตามกฎ แต่สำนักงบประมาณ และหน่วยงานไม่รู้ว่ารัฐมนตรีร่วมหัวด้วยหรือไม่ แอบตั้งเพียง 10% เพื่อให้มีพื้นที่งบประมาณเหลือเพียงพอต่อการยัดโครงการเพิ่ม เพื่อให้มีจำนวนโครงการมากพอต่อการแบ่งฮั้ว
“ในการอภิปรายวาระแรก ผมเคยทำนายไว้ว่าเดี๋ยวผ่านสภา 3 วาระแล้ว จะต้องมีการขอมติคณะรัฐมนตรีมาเวฟเกณฑ์ 15% ไม่เช่นนั้นจะผิดกฎหมายเห็นๆ ซึ่งนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ออกมาโต้ทันทีว่าไม่มีแน่นอน แต่ต้องคอยจับตาดูกันว่ามติคณะรัฐมนตรี หลังผ่านงบประมาณ 3 วาระไปแล้ว จะมีการชงเรื่องเพื่อใช้มติคณะรัฐมนตรีแก้มติคณะรัฐมนตรี ทำให้การเบี้ยวเกณฑ์ถูกต้องตามกฎหมายตามที่ผมทำนายไว้หรือไม่ ภายในเดือนนี้เดี๋ยวก็รู้ ผมว่ามีแน่นอน เพราะนี่คือระบอบสีน้ำเงิน อะไรที่ผิดก็ทำให้ถูกได้“ นายสุรเชษฐ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอ๊ะ! 'วิโรจน์' อัดยับ 'งูเห่า' บิดเบือนเป็นวีรบุรุษ หลอกตัวเองไม่เคยทรยศใคร
วิโรจน์ ซัด งูเห่า สิ่งที่น่าเวทนาที่สุด ไม่ใช่แค่การเป็นคนทรยศ แต่คือการต้องแต่งเรื่องโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อหลอกให้ตัวเองเชื่อว่าไม่เคยทรยศใคร
เสียจังหวะ“ซักฟอก”ใครได้ประโยชน์ “สีน้ำเงิน”แขวนเกม“ดีลการเมือง”
“พรรคประชาชน” คงหงุดหงิดเป็นธรรมดา ที่ไม่สามารถต่อรองอะไรได้ตามใจอยาก ในกระบวนการการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยืนยันกรอบเวลา
ศีลเสมอกัน! 'ปวิน' ฟาด 'เจี๊ยบ' สันดานแย่ทำพรรคส้มตกต่ำ แนะเก็บเข้ากรุ
‘ปวิน’ เปิดศึก ‘อมรัตน์’ ซัดเป็นหนึ่งในคนทำพรรคประชาชนตกต่ำ เหน็บอยู่พรรคทันสมัยแต่เล่น
'ปวิน' เศร้าหนัก! ศึกน้ำลายพรรคส้ม เห็นแล้วน่าสมเพช ถ้าเอาไวน์สาดหน้าได้คงสาดกันแล้ว
นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ศาสตราจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และผู้ลี้ภัยทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกระแสรอยร้าวและความเห็นแตกต่างภายในพรรคประชาชนว่า เริ่มจาก "ไอซ์ รักชนก"
ฝ่ายค้านวอล์กเอาท์! วิป 3 ฝ่าย ยังไม่ได้ข้อสรุปกรอบเวลาซักฟอก ซัดรัฐบาลทำลายกลไกตรวจสอบ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่วอล์กเอาท์จากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151
'โรม' ซัด 'อนุทิน' บีบเวลาฝ่ายค้านซักฟอกน้อย มาตรฐานแย่กว่าผู้นำที่มาจากรัฐประหาร
‘โรม’ ชี้รัฐบาลบีบเวลาอภิปรายซักฟอก ซัด ‘อนุทิน’ มาตรฐานแย่กว่ายุค ‘พลเอกประยุทธ์‘ ยืนยัน ขอใช้เวลา 5 วัน - ขอไม่วิจารณ์ปม ’รักชนก‘ โพสต์ เลิกบูชาตัวบุคคล มอง ใครได้ประโยชน์ - เบี่ยงประเด็นหรือไม่

