
พูลอุดม เดินหน้าสู่ปีที่ 50 ยกระดับการดำเนินงานตามแนวทาง Green Supply Chain ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การจัดเก็บ ไปจนถึงการขนส่ง พร้อมพัฒนา Low Carbon Logistics ลดเที่ยวรถเปล่า เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รองรับทิศทางการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ESG มากขึ้น
9 ก.ย. 2569 – นางวันดี อัครวงศ์วิจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลอุดม จำกัด หนึ่งในบริษัทภายใต้กลุ่มพูลผล ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารสัตว์และบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของบริษัทเกิดขึ้นจากความไว้วางใจของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ขณะที่ทิศทางต่อจากนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเติบโตขององค์กร แต่ต้องการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมองว่าการพัฒนา Green Supply Chain ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัท พูลอุดม จำกัด พัฒนาจากผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารสัตว์ สู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของผู้ผลิตอาหารสัตว์ในประเทศไทย โดยมีวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันเส้น และกากมันสำปะหลัง พร้อมพัฒนาระบบคลังสินค้า ไซโล และการบริหารจัดการโลจิสติกส์แบบครบวงจร รองรับตั้งแต่การจัดเก็บและขนส่งวัตถุดิบต้นทางจนถึงการส่งมอบให้ลูกค้า ภายใต้มาตรฐาน GHPs และ HACCP
สำหรับทิศทางในปีที่ 50 บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนา Green Supply Chain โดยปรับปรุงกระบวนการตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารคลังสินค้า ไปจนถึงการขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน สอดรับกับแนวโน้มภาคธุรกิจที่ต้องบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพและคำนึงถึงความยั่งยืนมากขึ้น
ด้านโลจิสติกส์ บริษัทเดินหน้าพัฒนาแนวทาง Low Carbon Logistics ด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง โดยมุ่งลดเที่ยวรถเปล่า ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งนอกจากลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในกระบวนการขนส่ง
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการนำ Backhaul Matching System หรือระบบจับคู่เที่ยวรถขากลับมาใช้บริหารจัดการเที่ยวรถและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัล “สถานประกอบการดีเด่น” จากโครงการ Eco Move และได้รับการคัดเลือกเป็น Success Case ด้าน Low Carbon Logistics จากกองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ขณะที่แผนระยะต่อไป บริษัทเตรียมยกระดับองค์กรสู่ Low Carbon Organization ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการคาร์บอน และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ควบคู่กับการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไทยให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
“การพัฒนา Green Supply Chain ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว” นางวันดี กล่าว

