
จับตา!! ‘บอร์ดกลั่นกรองฯ’ เคาะ 17 ก.ย. นี้ ตั้งโต๊ะถกต่ออายุโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟส2 หลัง ‘อนุทิน’ ไฟเขียวเดินหน้าลดภาระค่าครองชีพประชาชนต่อเนื่อง ส่วนรายละเอียดรอ ‘คลัง’ เสนอ
15 ก.ย. 2569 – นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ก.ย. 2569 คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดการต่ออายุโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีความเห็นให้พิจารณาแนวทางการต่ออายุโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเป็นผู้เสนอรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา โดยแม้เป็นการต่ออายุโครงการเดิม แต่ต้องเสนอรายละเอียดการใช้จ่ายเงินเข้ามาพิจารณาใหม่ตามขั้นตอน ส่วนแหล่งเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ เบื้องต้นจะใช้จาก พ.ร.ก. กู้เงิน ก้อนแรก วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำหรับช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบด้านพลังงาน โดยปัจจุบันเหลือวงเงินมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท
“หากยังจ่ายให้ประชาชนอัตราเดิม วงเงินที่เหลืออยู่สามารถรองรับการต่ออายุโครงการได้ประมาณ 1 เดือน เนื่องจากปัจจุบันโครงการไทยช่วยไทย พลัส ใช้เงินเฉลี่ยเดือนละกว่า 4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากวงเงินไม่เพียงพอ ยังสามารถพิจารณาโยกเงินจากก้อนที่ 2 เพื่อการเปลี่ยนผ่าน วงเงิน 2 แสนล้านบาท มาดำเนินการได้ ซึ่งเป็นเงินสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศมาใช้ได้ เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องไว้” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
ทั้งนี้ หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมมากกว่า 1 เดือน จะต้องพิจารณาปรับเงื่อนไขของโครงการว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อเสนอของกระทรวงการคลัง และอาจขยายระยะเวลาออกไปมากกว่า 1 เดือน
สำหรับ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระทรวงการคลังมีการพิจารณาต่ออายุโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยืดเยื้อกว่าสมมติฐานเดิมที่คาดว่าจะยุติภายใน 4 เดือน และล่าสุดกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม หลังจากคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาแล้ว จะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโดยเร็ว ก่อนโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ หากรัฐบาลมีนโยบายต่ออายุโครงการ ก็ควรดำเนินการให้ต่อเนื่องโดยไม่มีรอยต่อทั้งในโครงการหรือการใช้จ่ายของประชาชน

