EEC ชี้ต้องจัดโซนนิ่ง ให้กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ลั่นหากราคาไฟฟ้าแพงอาจไม่เกิดการลงทุน

EEC ลั่นต้องจัดโซนนิ่ง ให้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์อยู่รวมกัน หวังง่ายต่อการจัดการ มั่นใจพื้นที่ประมาณการณ์เผื่อเติบโตในระยะยาว ชี้หากราคาไฟฟ้าแพงอาจจะไม่เกิดการลงทุน พร้อมโชว์ Sustainability Expo 2026 เชื่อมธุรกิจ–ชุมชน สร้างรายได้

17 ก.ย. 2569 – นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC เปิดเผยถึงประเด็นการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในพื้นที่อีอีซี ว่า มีความพยายามจะดำเนินการจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นเขตหรือบริเวณอย่างชัดเจน หรือโซนนิ่ง (Zoning) โดยมองว่าควรที่จะไปตั้งอยู่ตรงพื้นที่ใดสักแห่ง เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับใช้ไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าว โดย EEC มองว่าควรที่จะต้องมีผู้ผลิตไฟให้ Data Center ใหม่ ไม่ใช่มาใช้ไฟที่ผลิตอยู่ปัจจุบัน เพราะนี่คือความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ หรือเรียกว่าเป็นการเปิดตลาดพลังงานที่ Data Center สามารถจะซื้อขายพลังงานและเตรียมพลังงานจับคู่กันมาได้ตั้งแต่แรก

“Data Center เป็นตลาดที่มีความต้องการใหม่ แต่วิธีการนั้นไม่ควรจะนำคนใหม่ไปแย่งเค้กก้อนเก่า ต้องนำเค้กก้อนใหม่มาให้ผู้บริโภครายใหม่“นายจุฬา กล่าว

ทั้งนี้ ต้องเรียนว่าการที่ Data Center ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะเห็นว่าไทยมีการผลิตไฟฟ้าเกินประมาณ 30% แต่เมื่อเข้ามามากขึ้น ไฟฟ้าส่วนเกินดังกล่าวเหลือน้อยลง จึงทำให้ประชาชนกังวลว่าไฟฟ้าจะไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงต้องมีการบริหารจัดการให้ดี โดยพิจารณาว่าพื้นที่ EEC ส่วนใดที่สามารถนำ Data Center ไปอยู่รวมกันได้ เพราะมีสายส่งรองรับอยู่แล้ว

“Data Center มีเงื่อนไขในการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นพลังงานใหม่ โดยในพื้นที่ EEC จะกลายเป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มสนับสนุนพลังงานมากกว่าที่อื่น หรือจะกล่าวก็คือ เป็นการใช้โอกาสจากผู้ที่ต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าใหม่ผลิตไฟฟ้า (Suppy) โดยที่ธุรกิจ Data Center จะมีการลงทุนก้อนหนึ่ง และจะมีการลงทุนก้อนใหญ่อีกส่วนหนึ่งในการเตรียมพลังงานรองรับ ซึ่งคนไทยสามารถเข้าร่วมลงทุนได้”นายจุฬา กล่าว

อย่างไรก็ดี ต้องเรียนว่าการเติบโตของพื้นที่ EEC ได้ประมาณการณ์เผื่อในระยะยาวไว้ตั้งแต่ต้น โดยมีการคำนวณความต้องการใช้ไฟและการเข้ามาของ Data Center เข้าไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีความต้องการเข้ามาตลอด ขึ้นอยู่กับว่าไทยจะเปิดรับแค่ไหนอย่างไร

ส่วนจะเปิดรับเวลาไหนคงต้องรอให้คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์) กำหนดนโยบายที่ชัดเจน เพราะจะมีข้อจำกัดบางอย่างในเงื่อนไข

โดยผู้ประกอบการที่อยู่ในมาตรฐานที่กำหนดเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาติ เช่น การบังคับใช้พลังงานสะอาด และการต้องมีส่วนร่วมในการลงทุนเรื่องไฟฟ้า ซึ่งผู้ประกอบการ Data Center อาจต้องพาพันธมิตรมาลงทุนเรื่องไฟฟ้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ดี หากถามว่า EEC มีกำลังผลิตไฟฟ้ารองรับได้จำนวนเท่าไหร่นั้น คงไม่สามารถระบุได้ในเวลานี้ เพราะตัวเลขของผู้ลงทุนยังไม่แน่นอน และยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดอย่างน้อยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 20 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งคือความต้องการตามศักยภาพ (Potential Demand) ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถหาไฟได้ขนาดไหน เวลาใด ซึ่งหากภายในปีนี้ยังไม่มีความชัดเจน นักลงทุนก็จะไปลงทุนที่อื่นเนื่องจากมีช่วงเวลาการตัดสินใจไม่นาน

นายจุฬา กล่าวถึงประเด็นเรื่องของค่าไฟสำหรับ Data Center ซึ่งรัฐบาลมีแนวคิดให้จ่ายในระดับสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปด้วยว่า เรื่องดังกล่าวยังต้องพิจารณากันอีกมาก เนื่องจากเวลาที่นักลงทุนจะตัดสินใจ ก็จะมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) ตั้งแต่แรก หากมีการประเมินไว้ว่าค่าไฟจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 บาท แต่นโยบายของไทยระบุว่าในอนาคตจะขึ้นเป็น 9 บาท การลงทุนก็คงไม่เกิดขึ้นแน่นอนเพราะเกินกว่าต้นทุนที่ประเมินไว้

“EEC พร้อมรองรับ Data Center แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะเปิดรับขนาดไหน ส่วนเรื่องน้ำที่ต้องการใช้จริงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะเทคโนโลยีใหม่มีการใช้น้ำลดลงอย่างมาก มีไว้เพื่อระบายความร้อนเท่านั้น ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการผลิต โดยปัจจุบันใช้ระบบหมุนเวียนระบายความร้อนเหมือนหม้อน้ำรถยนต์ เพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไป”

สำหรับโซนนิ่งเบื้องต้นของ Data Center นั้น ได้มีการพิจารณาโซนที่มีแนวสายส่งไฟฟ้ารองรับ เพราะสถานีไฟฟ้าต้องใช้สายส่งในการจ่ายไฟ การลงทุนสร้างสายส่งใหม่ต้องใช้เวลานาน โดยมองไว้ที่แนวสายส่งบางปะกงเชื่อมต่อกันไป

นายจุฬา ได้กล่าวถึงงาน “EEC Sustainability Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “EEC Connect to Sustainability” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง เมื่อวันที่ 12–13 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมาว่า เป็นงานที่ช่วย เชื่อมศักยภาพชุมชนกับภาคธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการพัฒนาอีอีซีไม่ได้มีเพียงโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการลงทุนขนาดใหญ่ แต่ต้องเดินควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยให้ความสำคัญ 3 มิติ ได้แก่ สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ซึ่งต้องเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ แนวคิด “Connect” จึงมุ่งให้การลงทุนของภาคธุรกิจสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนและชุมชนในพื้นที่ พร้อมทำให้นักลงทุนเห็นศักยภาพของสินค้า บริการ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบนิเวศทางธุรกิจ และต่อยอดเป็นรายได้และอาชีพที่มั่นคงมากขึ้น

ภายในงานมีนิทรรศการ “EEC Sustainability Showcase” นำเสนอผลการดำเนินงานของอีอีซี ทั้งการยกระดับภูมิปัญญาอาหารสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม การส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการผ่าน “EEC Select Best Service” และการเชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนสู่ชุมชนผ่าน “EEC Connect” พร้อมพื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และภาคีเครือข่ายกว่า 95 บูธ ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ชุมชน แฟชั่น ของใช้ ของตกแต่ง สุขภาพ และไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบตรารับรอง EEC Select Best Service 2026 การเสวนาแนวทางเชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนสู่ชุมชน การสาธิตเมนูสร้างสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นโดยนักเรียนและนักศึกษาจาก 6 สถาบัน และการนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายของโครงการ “EEC Low Carbon School 2026” ที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนลงมือจัดการขยะ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และวัดผลการลดก๊าซเรือนกระจก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จบข่าว! อนุทินประกาศชัดดาต้าเซ็นเตอร์ไม่มีแบบวินวิน

'อนุทิน' ย้ำคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกระเบียบเฉพาะวินวินทั้งหมดไม่ได้ ขันน็อตผู้ว่าฯฟันมาเฟีย พร้อมลงนาม 'เนรเทศ' ทันที ไม่ต้องกลัวเรื่องงบฯ