‘กบข.’เสริมเกาะป้องกันกลโกงออนไลน์สมาชิก ผนึก3พันธมิตรยกระดับภูมิคุ้มกันการเงินรับมือภัยดิจิทัล

‘กบข.’ ผนึก 3 พันมิตร เสริมเกราะป้องกันกลโกงออนไลน์ ยกระดับภูมิกันทางการเงินให้สมาชิกกว่า 1.2 ล้านคน รับมือภัยดิจิทัลที่ซับซ้อนและใกล้ตัวมากขึ้น

27 ก.ย. 2569 – นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.), บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Whoscall และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด หรือ NITMX ในโครงการเสริมสร้างความรู้เท่าทันภัยทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัล เพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะในการป้องกันภัยทางการเงินและอาชญากรรมทางดิจิทัลให้แก่สมาชิก กบข. และประชาชนทั่วไป ว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้เท่าทันภัยทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัล พร้อมยกระดับทักษะด้าน Digital Literacy และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เพื่อลดโอกาสตกเป็นเหยื่อและป้องกันความเสียหายทางการเงิน

ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Retirement Academy ที่ กบข. พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับสมาชิกในทุกช่วงวัย และขยายการให้ความรู้ในทุกมิติเพื่อให้สมาชิกก้าวสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

“กบข. ในฐานะองค์กรที่ดูแลเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคน ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่สมาชิก โดยเฉพาะในยุคที่ภัยมิจฉาชีพออนไลน์และอาชญากรรมทางดิจิทัลมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเชื่อว่า ความรู้ด้านการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีความรู้เท่าทันดิจิทัลควบคู่กัน เพราะมิจฉาชีพไม่ได้เลือกเหยื่อจากอายุ แต่เลือกจากช่องว่างทางความรู้เท่าทันภัย การสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล จึงจำเป็นสำหรับทุกช่วงวัย การบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 3 หน่วยงาน จะช่วยขยายองค์ความรู้ที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ไปสู่สมาชิก กบข. และสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและดิจิทัลอย่างยั่งยืน” นายศรพล กล่าว

นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น รองผู้อำนวยการ รักษาการแทน ผู้อำนวยการ สคฝ. กล่าวว่า สคฝ. ต่อยอดความร่วมมือจากการให้ความรู้เรื่องการคุ้มครองเงินฝาก สู่การป้องกันภัยทางการเงินเชิงรุก เพื่อให้สมาชิก กบข. รู้เท่าทันการแอบอ้าง ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ สามารถปกป้องเงินออมที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงาน และมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ โดยขอย้ำว่าผู้ฝากจะได้รับความคุ้มครองเงินฝากทันทีที่เปิดบัญชี โดยไม่ต้องสมัครเพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง หากเกิดกรณีสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะทำหน้าที่จ่ายเงินคุ้มครองตามจำนวนเงินฝากที่ผู้ฝากมีอยู่จริง ภายใต้วงเงินที่กฎหมายกำหนด

นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฐานะแอปพลิเคชันระบุสายเรียกเข้าและป้องกันมิจฉาชีพที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย Whoscall ตระหนักดีถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยความร่วมมือกับ กบข. ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยส่งต่อทั้งเครื่องมือป้องกันมิจฉาชีพอย่าง Whoscall Premium Basic จำนวน 1.5 ล้านโค้ดและองค์ความรู้ไปถึงสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ จากข้อมูลในรายงานประจำปีของบริษัทพบว่า หมายเลขมิจฉาชีพเพียงหมายเลขเดียวสามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่เป็นไปไม่ได้เลยหากทำด้วยมือ แต่เกิดขึ้นได้จากระบบโทรอัตโนมัติและอุปกรณ์ระดับคอลเซ็นเตอร์มืออาชีพเท่านั้น โดยสิ่งที่ Whoscall ทำได้คือนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยคัดกรองและแจ้งเตือนความเสี่ยงให้ผู้ใช้งานรู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ แต่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การป้องกันภัยที่ยั่งยืนต้องมาพร้อมกับความรู้เท่าทันของประชาชนควบคู่กันไปด้วย

นายฉัตรชัย ดุษฎีโหนด กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด กล่าวว่า โครงการแก้ปัญหาภัยทุจริตและอาชญากรรมทาง Digital นี้เป็นการขยายแนวการต่อสู้กับอาชญากรรมทาง Digital ให้กว้างขึ้น และเข้มแข็งขึ้น ลดจำนวนผู้เสียหายลง และในขณะเดียวกัน ลดทอนทรัพยากรและศักยภาพของกลุ่มอาชญากร จึงเป็นโครงการที่สำคัญยิ่งในภาระกิจการแก้ปัญหาภัยทุจริตและอาชญากรรมทาง Digital เพิ่มเติมจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งในด้านการขยายเครือข่าย และแนวป้องกันต่อต้านไปยังจุดเกิดเหตุ

เพิ่มเพื่อน