‘อนุทิน’ จ่อลงนามโครงการหนุนติดโซล่าร์รูฟท็อป ชงครม.ไม่เกิน2สัปดาห์/บี้กกพ.เร่งสรุปค่าไฟData Center

‘พลพีร์’ แย้ม ‘อนุทิน’ จ่อลงนามโครงการอัดฉีด 5 หมื่นบาทหนุนครัวเรือนติดโซล่าร์รูฟท็อป ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ เคาะต่อ คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์ชง ครม. พิจารณาเห็นชอบได้ พร้อมบี้ กกพ. เร่งสรุปโครงสร้างค่าไฟฟ้า Data Center ขีดเส้นภายในเดือน ก.ย. นี้ชัดเจน

18 ก.ย. 69 – นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า ภายในวันนี้ (18 ก.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย จะลงนามในหนังสือโครงการลดภาระประชาชนในการติดโซ่ล่าร์รูฟท็อป โดยรัฐบาลจะมีการอุดหนุดเงินให้เปล่าครัวเรือนที่ติดโซล่าร์รูปท็อป 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน โดยตามกระบวนการหลังจากนั้นจะต้องส่งเรื่องไปยังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน โดยอาจจะใช้เวลา 3 วัน หรือ 5 ก็ได้ อยู่ที่การพิจารณาว่าจะเร็วขนาดไหน

หลังจากนั้นจึงจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อพิจารณาต่อไป ก่อนจะส่งเรื่องให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เพื่อสรุปและนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์บวกลบ

“ถ้าเป็นไปตามไทม์ไลน์ คือ ภายใน 2 สัปดาห์จากนี้นายเอกนิติ เสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบแล้ว ภายใน 2 วันหลังจากที่ ครม. มีมติก็จะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้” รมช.มหาดไทย ระบุ

ส่วนความคืบหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะใช้เม็ดเงินที่เหลือจากรอบก่อนที่ยังใช้ไม่หมด เนื่องจากประชาชนมาลงทะเบียนไม่ครบตามกรอบของงบประมาณที่รัฐบาลตั้งเอาไว้ ซึ่งมีเม็ดเงินสะสมอยู่ ก็จะเอามารองรับสำหรับเติมเงินในรอบนี้ ส่วนจะเติมเงินเท่าไหร่ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณา ขณะที่รายละเอียดสุดท้ายของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิเท่าไหร่ หลังจากที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทบทวนสิทธิ จะต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่จะสรุปสุดท้ายเพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ต่อไป

สำหรับกระบวนการยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยืนยันว่าไม่มีปัญหา แต่ยอมรับว่าได้มีการหารือกับหลายฝ่ายว่าในอนาคตอยากทำให้กระบวนการยืนยันตัวตนเพื่อรับสวัสดิการจากภาครัฐในโครงการอื่น ๆ ทำได้ง่ายมากขึ้นกว่าปัจจุบัน อยากให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนได้ที่อำเภอโดยไม่ต้องไปธนาคาร ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน

“จริง ๆ มหาดไทยเป็นคนคีย์ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ทำบัตรประชาชน ทำทุกอย่างอยู่แล้ว องคาพยพเราครบ เราให้บริการประชาชนได้ง่ายกว่า ก็เชื่อว่าหลังจากนี้ในปีถัด ๆ ไปหากมีโครงการแบบนี้อีกก็อาจจะมีการพิจารณาเรื่องที่ให้ยืนยันตัวตนที่มหาดไทยได้ เพราะจะง่ายต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น” นายพลพีร์ กล่าว

รมช.มหาดไทย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับ Data Center ว่า นายเอกนิติ ได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เร่งสรุปรายเอียดทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. นี้ ว่าจะคิดค่าไฟสำหรับ Data Center อย่างไร หลังจากนั้นจะเร่งสรุปรายละเอียดเพื่อเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป

“จากข้อมูล คือ Data Center ถูกจัดเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 ซึ่งกระบวนการตอนนี้จะต้องไปกำหนดราคาให้ได้ว่าจะคิดราคาที่เท่าไหร่ และเหตุผลของการคิดราคาที่เท่านี้คืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนวณรวมเข้าไปในค่าไฟของ Data Center นั่นคือค่าไฟสาธารณะ ค่าไฟทาง ที่เราแบกรับภาระด้วย ส่วนนี้จะเอามาชดใช้กันอย่างไร เพราะว่าตอนนี้ประชาชนไม่ต้องจ่ายค่าไฟทางแล้ว แต่ว่าการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นคนที่จะต้องไปดูแลค่าใช้จ่ายตรงนี้ในเบื้องต้น โดยรายได้ค่าไฟจาก Data Center จะมาช่วยลดภาระของ กฟภ. และ กฟน. ในส่วนนี้” นายพลพีร์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GPSC คว้า 6 โครงการผลิตไฟสะอาด 105 MW ขับเคลื่อนสู่ Net Zero

GPSC คว้าสัญญา 6 โครงการพลังงานหมุนเวียน 105 MW ลั่นจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ปี 2571 และ 2573 ให้ กฟผ. และ กฟภ. พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการเดินหน้าธุรกิจ สู่ Net Zero

'อนุทิน' ให้ความหวังวงการสนุกเกอร์ไทย ยันไม่ได้พูดจะไม่เซ็นรับรองกฎหมายปลดล็อกพ้นพนัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชนระบุว่าที่นายกฯไม่รับรองร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน เพื่อถอดสนุกเกอร์ออกจากบัญชีการพนัน เป็นการขัดขวางการเติบโตของกีฬา