
กลุ่มเซ็นทรัล เปิดแผนรุกเวียดนามระยะยาว หลังลงทุนผ่านเซ็นทรัล รีเทลแล้วกว่า 49,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมลงทุนเพิ่มอีก 1.5 พันล้านดอลลาร์ ขยาย GO! Hypermarket กว่า 50 สาขา ขณะที่เซ็นทรัลพัฒนาและเซ็นทาราเดินหน้าหาโอกาสลงทุนทั้งศูนย์การค้าและโรงแรม ดันเม็ดเงินลงทุนในเวียดนามของ 3 ธุรกิจรวมกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 116,000 ล้านบาท สะท้อนตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโตจากเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว
18 ก.ค. 2569 – เวียดนามกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของกลุ่มเซ็นทรัล หลังเข้ามาลงทุนตั้งแต่ปี 2012 หรือกว่า 15 ปีที่ผ่านมา จากจุดเริ่มต้นในธุรกิจค้าปลีก วันนี้การลงทุนของกลุ่มได้ขยายไปสู่ Ecosystem ที่ครอบคลุมทั้ง Food Retail, Non-food Retail และ Property พร้อมวางแผนลงทุนต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า
ทำไม “เวียดนาม” ถึงเป็นตลาดที่เซ็นทรัลยังเดินหน้าลงทุน
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ President กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า เวียดนามยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจโดดเด่นในอาเซียน โดยคาดการณ์ GDP ปีนี้อาจเติบโตถึง 7.2% ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามที่ยาวนาน 50 ปี กำลังขยายจากความร่วมมือระดับภาครัฐไปสู่ภาคเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายมูลค่าการค้าร่วมกัน 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยดังกล่าว รวมถึงการขยายตัวของเมือง กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับ Modern Retail ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลมองเห็น Long-term Growth Potential ของตลาดเวียดนาม ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฮานอยและนครโฮจิมินห์ แต่ยังขยายไปยังเมืองรองทั่วประเทศ
“เรามีความมั่นใจในตลาดนี้ และมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจไปพร้อมกับการพัฒนาของประเทศเวียดนาม” วัลยา กล่าว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เซ็นทรัล รีเทล ลงทุนในเวียดนามแล้วกว่า 49,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเครือข่ายร้านค้าและศูนย์การค้ากว่า 300 แห่ง ครอบคลุม 26 จาก 34 จังหวัดทั่วประเทศ รองรับลูกค้ามากกว่า 200 ล้านคน/ครั้งต่อปี และสร้างงานกว่า 13,000 ตำแหน่ง โดย 99.5% เป็นพนักงานชาวเวียดนาม
ในช่วงปี 2018-2025 เซ็นทรัล รีเทล เวียดนามสร้างยอดขายรวมกว่า 330,000 ล้านบาท โดยรายได้ยังหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเวียดนาม ผ่านการลงทุนต่อยอดธุรกิจ การจ้างงาน การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และกิจกรรมเพื่อสังคม
จาก “ค้าปลีก” สู่ Ecosystem ครบวงจร
วันนี้เซ็นทรัล รีเทล เวียดนามไม่ได้วางเกมอยู่แค่การเพิ่มจำนวนสาขา แต่ขยายรูปแบบธุรกิจให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่ GO! Hypermarket, TOPS Market, mini go! และ Lan Chi Mart ในกลุ่ม Food Retail ไปจนถึง Non-food และแบรนด์ไลฟ์สไตล์ สปอร์ต และแฟชั่น เช่น Supersports, Kubo, Dyson, Columbia, Crocs, Hoka, Speedo และ Under Armour รวมถึงการสร้างประสบการณ์ภายใน GO! Mall
ข้อมูลในครึ่งปีแรก 2026 ยังสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจฟู้ด โดยเซ็นทรัล รีเทล เวียดนามมีส่วนแบ่งตลาดยอดขายสินค้า FMCG ในช่องทาง Supermarket/Hypermarket อยู่ที่ 40.1% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในตลาดตามข้อมูลของบริษัท
ด้านการขยายธุรกิจในอนาคต เซ็นทรัล รีเทลเตรียมลงทุนเพิ่มอีก 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 49,000 ล้านบาท เพื่อขยาย GO! Hypermarket อีกกว่า 50 สาขา รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ของเซ็นทรัล รีเทล
ผู้บริโภคเวียดนามเปลี่ยน เกมค้าปลีกต้องเปลี่ยนตาม
นายโอลิวิเยร์ แลงเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเวียดนามเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเป็นหลัก ปัจจุบันเปิดรับนวัตกรรมและแบรนด์ต่างประเทศมากขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
เซ็นทรัล รีเทลจึงปรับรูปแบบธุรกิจให้เหมาะกับผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม โดยธุรกิจศูนย์การค้า ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ประกอบการศูนย์การค้าอันดับ 2 ของเวียดนาม และเดินหน้าพัฒนาโมเดล “Family Mall” ที่รวมร้านค้า แบรนด์ ความบันเทิง อาหาร และไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งทำหน้าที่เป็นหนึ่งใน Anchor หลักของศูนย์การค้า
ขณะที่ธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตมีการปรับรูปแบบร้านและ Customer Experience ให้เข้ากับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้บริโภคที่มองหาแบรนด์ระดับนานาชาติ กลุ่ม Mainstream ไปจนถึงลูกค้าในพื้นที่ Tier 3 และ Tier 4
ส่วนตลาดเมือง เซ็นทรัล รีเทลเข้าถึงผ่านรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ต โดยปรับคอนเซปต์และการคัดเลือกสินค้าให้เหมาะกับผู้บริโภคในเมือง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และเพิ่มความสำคัญของสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน หรือ Ready-to-Eat ซึ่งมีการออกแบบรูปแบบร้านให้แตกต่างจาก TOPS ในประเทศไทย เพื่อให้เหมาะกับตลาดเวียดนามโดยเฉพาะ
“Better for Vietnam” โตไปพร้อมซัพพลายเชนท้องถิ่น
นอกจากยอดขายและการขยายสาขา เซ็นทรัล รีเทลยังวางแนวคิด “Better for Vietnam” ครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์ ชุมชน ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม โดยสินค้าที่จำหน่ายในห้างและร้านค้าในเครือมากกว่า 90% มาจากแหล่งผลิตในเวียดนาม และทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นกว่า 2,000 ราย
ขณะเดียวกันยังมีโครงการ Livelihoods for Communities ที่ช่วยยกระดับการผลิตและคุณภาพสินค้า พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภค รวมถึง One Mall, One School สำหรับสนับสนุนการสร้างและปรับปรุงโรงเรียน และการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาร้านค้าและศูนย์การค้าเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ไม่ได้มีแค่รีเทล เซ็นทรัลพัฒนา-เซ็นทาราเตรียมปักหมุดต่อ
แผนลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัลในเวียดนามไม่ได้จบที่เซ็นทรัล รีเทล โดยเซ็นทรัลพัฒนาอยู่ระหว่างศึกษาศักยภาพพื้นที่และจัดตั้งทีมลงพื้นที่เพื่อประเมินโอกาสพัฒนาโครงการศูนย์การค้ามิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสในนครโฮจิมินห์ ฮานอย ดานัง และพื้นที่อื่นๆ พร้อมมองหาพันธมิตรและโลเคชั่นที่เหมาะสม
หากปัจจัยด้านกฎระเบียบเอื้อต่อการลงทุน เซ็นทรัลพัฒนาวางแผนใช้งบลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67,000 ล้านบาท ในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า
ด้านเซ็นทารา ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมกว่า 52 แห่งใน 9 ประเทศทั่วโลก เข้าสู่ตลาดเวียดนามตั้งแต่ปี 2015 ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น และปัจจุบันบริหาร Centara Mirage Resort Mui Ne จำนวน 984 ห้อง โดยยังมองหาโอกาสพัฒนาโรงแรมในฮานอย นครโฮจิมินห์ และดานัง รวมถึงเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ
อีกโครงการสำคัญอยู่ที่เวิน ด่อน จังหวัดกว่างนิญ ซึ่งเซ็นทาราจะบริหารโรงแรม 2 แห่ง รวม 977 ห้อง และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการบางส่วนในไตรมาส 4 ปี 2026 ด้วยทำเลใกล้สนามบินนานาชาติเวิน ด่อน
เดิมพันระยะยาวกว่า 1 แสนล้านบาท
เมื่อรวมแผนลงทุนของเซ็นทรัล รีเทล เซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทารา กลุ่มเซ็นทรัลเตรียมเม็ดเงินลงทุนในเวียดนามมากกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 116,000 ล้านบาท สะท้อนภาพการวางเกมระยะยาวในตลาดที่กลุ่มมองว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมาก
สำหรับกลุ่มเซ็นทรัล การลงทุนครั้งนี้จึงไม่ได้มองเพียงการขยายธุรกิจไทยออกไปต่างประเทศ แต่ต้องการสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงธุรกิจ ผู้บริโภค ผู้ประกอบการท้องถิ่น บุคลากร และซัพพลายเชนเข้าด้วยกัน โดยเป้าหมายคือการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในเศรษฐกิจเวียดนามในระยะยาว

