
ศุลกากรภาค 2 จับกุม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้อื่นๆ เมืองกำเนิดต่างประเทศ มูลค่ากว่า 238 ล้านบาท
20 กันยายน 2569 – ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล กรมศุลกากร โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รับนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้สั่งการให้นายสุรัตน์ เรืองประยูร ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร ศภ.2 พร้อมด้วยนายณัฐภูมิ ดอกพุฒ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ศภ.2 ร่วมกับด่านศุลกากรนครพนม และหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. ร่วมกันตรวจค้นโกดังไม่ติดเลขที่ บริเวณพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ผลการตรวจค้นพบ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้อื่น ๆ เมืองกำเนิดต่างประเทศ ละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวนกว่า 26,500 ชิ้น ไม่มีหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 238 ล้านบาท จึงได้ยึดของไว้เป็นของกลาง และนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป กรณีเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกภพ' แย้ม 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟสสอง ให้ 1 พัน ใช้ 2 เดือน
โฆษกรัฐบาลแย้ม 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 จ่อให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน รอกระทรวงคลังสรุปอีกรอบ
นายกฯ โยนถาม 'เอกนิติ' เฟส 2 ให้ 1 พัน หรือ 500
นายกฯ โยนถาม 'เอกนิติ' ให้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 เดือนละ 1 พัน หรือ 500 บาท รับใช้งบจากพ.ร.ก.เงินกู้ก้อนแรกที่เหลือ 4 หมื่นล้าน
ข่าวดี! ตั้งระบบกลางสกัดเงินมิจฉาชีพแจ้งครั้งเดียวตามเงินทันอายัดเร็วได้เงินคืน
รัฐบาลเร่งตั้ง 4 ระบบกลางสกัดเงินมิจฉาชีพ เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน 'แจ้งครั้งเดียว–ตามเงินทัน–อายัดเร็ว' เพิ่มโอกาสผู้เสียหายได้เงินคืน

