‘เอกนิติ’ เร่งเครื่องReinvent Thailand ถกเอกชนปลดล็อก7ธุรกิจขีดเส้น1เดือนชง ‘กรอ.’

‘เอกนิติ’ ผนึก กกร. เร่งเครื่อง Reinvent Thailand กดปุ่มเชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจ ลุยปลดล็อกข้อเสนอภาคเอกชนสู่การปฏิบัติจริง พร้อมแจกการบ้านทุกหน่วยงานลุยสรุปก่อนชง กรอ. พิจารณาภายใน 1 เดือน

21 ก.ย. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เกี่ยวกับแนวทางขับเคลื่อน Reinvent Thailand เพื่อยกระดับการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ว่า รัฐบาลมุ่งมั่นยกระดับศักยภาพของประเทศเพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 โดยคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ได้ตั้งเป้าหมายขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี ผ่านยุทธศาสตร์ Investment-led Growth

พร้อมทั้งผลักดันสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ที่อย่างน้อย 30% ของจีดีพี จากปัจจุบันอยู่ที่ 22-23% ของจีดีพี และตั้งเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้ก้าวขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลก จากปัจจุบันไทยอยู่อันดับที่ 26

โดยการหารือในครั้งนี้ เห็นพ้องที่จะเชื่อมโยงคณะทำงาน Reinvent Thailand ทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจกับ กรอ. เพื่อให้ข้อเสนอของภาคเอชกนเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นระบบ มีหน่วยงานเจ้าภาพ และสามารถติดตามความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดย 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย หรือ ‘กองหน้า’ ได้แก่ 1. เกษตรและการแปรรูปอาหาร 2. ยานยนต์ 3. การค้าปลีกและการค้า 4. อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 5. การแพทย์และเวลเนส 6. การท่องเที่ยว และ 7. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยภาครัฐพร้อมทำหน้าที่สนับสนุน ปลดล็อกอุปสรรคทางกฎระเบียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขัน ซึ่งทุกภาคส่วนต้องทำงานเป็นทีมเดียวกันเพื่อเร่งแปลงข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติจริงให้เร็วที่สุด

“ภาคเอกชนถือเป็นกองหน้าของทีมเศรษฐกิจไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการลงทุน สร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ระหว่างกองหน้าใน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย และกองกลาง ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและเอไอ พลังงาน และระบบการเงิน” นายเอกนิติ กล่าว

สำหรับแนวทางดำเนินงานจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1. Stabilize Today แก้ปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุนและปลดล็อกอุปสรรคที่กระทบต่อภาคธุรกิจ 2. Transition Now สนับสนุนผู้ประกอบการให้ปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่ 3. Invest for Tomorrow วางรากฐานการลงทุน อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว

“เป้าหมายที่ชัดเจนคือการเร่งช่วยกันทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้น โดยขณะนี้มี 7 ธุรกิจเป้าหมายที่จะต้องไปเร่งทำการบ้าน ทั้งการคัดเลือกข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทันที หรือ Quick Win ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง โดยกำหนดเป้าหมาย กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่ชัดเจน พร้อมติดตามและรายงานความก้าวหน้าเป็นระยะ โดยหากเป็นเรื่องการลงทุนจะเป็นหน้าที่ของผม หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะเชื่อมโยงไปยังนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ และหากเป็นเรื่องแรงงาน จะเชื่อมโยงไปยังนายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยภายใน 3 สัปดาห์รองนายกรัฐมนตรี 3 ท่านจะมาหารือกัน และภายใน 1 เดือนจะเร่งสรุปตามแนวทางเพื่อเสนอ กรอ. พิจารณาต่อไป” นายเอกนิติ กล่าว

นายผยง ศรีวณิช ประธาน กกร. และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า หัวใจสำคัญคือการนำข้อเสนอเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติ กำหนดเจ้าภาพและกรอบเวลาที่ชัดเจนเพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยภาคเอกชนทั้ง 3 พร้อมสนับสนุนข้อมูล บุคลากรและเครือข่ายเพื่อร่วมกันสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ

เพิ่มเพื่อน