‘ภราดร’ ยันมีงบกลางพออุ้มประชาชนอ่วมน้ำท่วม เผยคปภ.เร่งลงนามกรมธรรม์ลุยประกันภัย30ล้านครัวเรือน

‘ภราดร’ ยันรัฐบาลมีงบกลางเพียงพอดูแลประชาชนจากวิกฤตน้ำท่วม ในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายเยียวยาภัยพิบัติไปใช้โครงการประกันภัย 30 ล้านครัวเรือน แจง คปภ. เร่งลงนามกรมธรรม์ ยันมีผลบังคับใช้ทัน 1 ต.ค. แน่นอน

25 ก.ย. 2569 – นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยังมีงบกลางเหลือเพียงพอที่จะดูแลเยียวยาประชาชนในช่วงวิกฤตจากปัญหาอุทกภัยหรือภัยพิบัติธรรมชาติ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในปีงบประมาณ 2569 และปีงบประมาณ 2570 หลังจากที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบการซื้อประกันครัวเรือนให้ทุกหลังคาเรือนในประเทศไทย กว่า 30 ล้านหลังคาเรือน วงเงิน 1.55 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในการเร่งลงนามกรมธรรม์ให้ทันมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. 2569

สำหรับช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ​ 2569 หรือก่อนวันที่ 1 ต.ค. นี้ ยังเป็นหน้าที่ของรัฐบาล 100% ในการรับผิดชอบให้ความช่วยเหลือ เยียวยาประชาชน ซึ่งขอย้ำและยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลยังมีงบกลางเหลือเพียงพอที่จะใช้ในการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน

“รัฐบาลเห็นสัญญาณเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ได้มีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที หลังการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 15 ก.ย. โดยได้สั่งการให้หน่วยงานปฏิบัติ โดยเฉพาะ กรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้เร่งบริหารจัดการสถานการณ์น้ำอย่างเหมาะสม เพราะมองว่าสัปดาห์นี้จะเป็นวิกฤตของสถานการณ์และน่าจะเป็นช่วงพีคที่สุด โดยได้มีการเสนอแนวทางบริหารจัดการน้ำแบบก้างปลา เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชนด้านท้ายน้ำมากนัก ส่วนการผันน้ำออกทุ่งนั้น จะต้องพิจารณาความเสียหายของภาคเกษตรควบคู่ไปด้วย โดยต้องดูว่าทุ่งไหนยังเก็บเกี่ยวไม่เสร็จก็ให้ชะลอการผันน้ำออกไปเพื่อให้การเก็บเกี่ยวเสร็จ 100% ค่อยผันน้ำเข้าทุ่งดังกล่าวต่อไป” นายภราดร กล่าว

สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในปีงบประมาณ 2570 หรือตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 นั้น จะเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันที่จะต้องเข้ามาชดเชยเยียวยา ซึ่งเป็นไปตามโครงการประกันภัยครัวเรือนที่ ครม. เห็นชอบ ซึ่งรัฐบาลได้แบ่งจ่ายวงเงินดำเนินการให้บริษัทประกัน 2 งวด โดยงวดแรกในปีงบประมาณ​2569 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท และงวดที่ 2 ในปีงบประมาณ​ 2570 วงเงินอีกราว 5 พันกว่าล้านบาท

ส่วนแนวทางการเยียวยาตามโครงการประกันภัยครัวเรือนั้น จะมีวงเงินรวม 1 แสนบาทต่อครัวเรือน โดยจะแบ่งการให้ความช่วยเหลือออกเป็น 2 ส่วน คือ การช่วยเหลือทันทีเมื่อจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่น้ำท่วม จะได้รับเงินเยียวยา 1 หมื่นบาท ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นเมื่อน้ำลด บริษัทประกันภัยจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายตามความเสียหายจริงของแต่ละครัวเรือน ในวงเงิน 9 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ซึ่งเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้ง 30 ล้านหลังคาเรือน

อย่างไรก็ดี สำหรับพื้นที่การเกษตรจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีเกณฑ์ช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติอยู่แล้ว

เพิ่มเพื่อน