ก.อุตฯ เร่งสำรวจความเสียหาย น้ำท่วมกระทบ 1,267 สถานประกอบการ 40 จังหวัด เสียหายเบื้องต้น 22 ล้านบาท พบเอสเอ็มอีหนักสุด เปิดมาตรการพักชำระหนี้-เตรียมทุนฉุกเฉินฟื้นฟูกิจการ กำชับทุกนิคมฯ ในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง 24 ชม.
29 ก.ย. 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมทั้งโรงงาน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นิคมอุตสาหกรรม และชุมชนโดยรอบ โดยศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (CMC) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.ย. 2569 พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 40 จังหวัด รวม 1,267 ราย คิดเป็นโรงงาน 52 โรงงาน เอสเอ็มอี 1,162 ราย เหมืองแร่ 2 ราย และวิสาหกิจชุมชน 51 ราย มีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 22.18 ล้านบาท
ทั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือทั้งการพักชำระหนี้ สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ การซ่อมแซมเครื่องจักร รวมถึงสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ โดยข้อมูลเบื้องต้นมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 1,081 ราย ได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว 204 ราย วงเงินรวม 769.06 ล้านบาท ขณะที่มาตรการเติมทุนฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการยังไม่มีผู้ใช้สิทธิในขณะนี้
ด้านนิคมอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดพื้นที่เฝ้าระวังสูง 2 แห่ง ได้แก่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมบางพลี โดยอมตะซิตี้มีน้ำท่วมขังในเฟส 1-5 ราว 10-20 เซนติเมตร และเฟส 7-9 สูงประมาณ 70 เซนติเมตรจากระดับถนน กนอ.เร่งปิดกั้นถนนและแนวคันดิน พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำ 26 จุดเต็มกำลัง รวม 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อเร่งระบายออกจากพื้นที่ ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบางพลี พื้นที่ซอย 1-2 มีน้ำขังบนผิวจราจร 30-80 เซนติเมตร และยังมีน้ำจากคลองสำโรงไหลเข้าสู่แนวรั้วโรงงานด้านติดคลอง ทำให้ระดับน้ำยังทรงตัว ขณะที่พื้นที่ซอย 3-7 ไม่มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรและยังคงพร่องน้ำเพื่อรองรับฝนเพิ่มเติม
ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน บางปูเหนือ และสมาร์ท ปาร์ค อยู่ในกลุ่มที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายหรืออยู่ระหว่างเร่งระบายน้ำ โดยบางปูเหนือมีน้ำขังตามถนนบางจุดประมาณ 5-10 เซนติเมตร แต่รถขนาดเล็กยังสัญจรได้ ส่วนนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจร ส่วนนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยางสามารถเปิดทางน้ำและระบายได้ต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กนอ. ยังคงเพิ่มกำลังสูบน้ำและเฝ้าระวังสถานการณ์ในนิคมฯ ที่มีความเสี่ยง ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูมีกำลังสูบน้ำรวม 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบติดตามสถานการณ์ผ่านกล้อง CCTV ระบบควบคุมการระบายน้ำ และเครื่องตรวจวัดปริมาณฝนอัตโนมัติ ส่วนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ นครหลวง บางปะอิน และบ้านหว้า (ไฮเทค) ยังคงติดตามระดับน้ำและเสริมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมใช้หลายมาตรการควบคู่กัน ทั้งโครงการ Rebuild SMEs ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือดีพร้อม เพื่อประเมินและฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ การพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับโรงงานในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงสินเชื่อและการพักชำระหนี้ผ่าน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ และกองทุนหมุนเวียนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด จะประสานเครือข่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่มีศักยภาพ เพื่อช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักรของเอสเอ็มอี ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมระดมถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ
ด้าน SME D Bank ได้รายงานว่า สาขาธนาคารส่วนใหญ่ยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่สาขาระยองต้องปิดชั่วคราวจากน้ำท่วมถนนและพื้นที่หน้าสาขา พร้อมปรับเป็นการทำงานจากที่บ้านและให้บริการผ่านระบบออนไลน์ ขณะที่ธนาคารอยู่ระหว่างติดตามและเยียวยาลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก รวม 641 ราย เพื่อประเมินความเสียหายและมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะ โดยได้เตรียมมาตรการพักชำระหนี้-เตรียมทุนฉุกเฉินฟื้นฟูกิจการ
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่โรงงาน แต่ลามถึงชุมชนโดยรอบนิคมฯ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำรอบนิคมอุตสาหกรรมบางชัน พบ 5 ชุมชนได้รับผลกระทบ รวม 1,712 ครัวเรือน ได้แก่ ชุมชนเกาะจวน 638 ครัวเรือน ชุมชนบางชันพัฒนา 157 ครัวเรือน ชุมชนรามอินทราเนรมิตร 620 ครัวเรือน ชุมชนสยามพัฒนา 150 ครัวเรือน และชุมชนริมคลองหลอแหล 147 ครัวเรือน
ส่วนพื้นที่รอบนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง พบชุมชนได้รับผลกระทบ 7 แห่ง รวม 2,600 ครัวเรือน ได้แก่ ชุมชนลำพุทรา 80 ครัวเรือน ทิวไผ่พัฒนา 100 ครัวเรือน หมู่บ้านพัฒนาทิพพาวาส 500 ครัวเรือน บึงบัว 800 ครัวเรือน มิตรสัมพันธ์ (หมู่ 9) 300 ครัวเรือน เลียบคลองมอญ 270 ครัวเรือน และวัดสุทธาโภชน์ 350 ครัวเรือน สะท้อนผลกระทบจากน้ำท่วมขังและการระบายน้ำที่กระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครัวรังสิตส่งข้าว ไปรษณีย์ไทยส่งพัสดุ ลุยน้ำถึงมือชาวบ้านหลักหก
“สุริยะใส” นำทีม “ครัวรังสิตเคลื่อนที่” ลุยชุมชนนครไทย ย่านหลักหก ส่งข้าวกล่องแ
“ทส.หนึ่งเดียว” เพิ่มกำลังช่วยลาดกระบัง ครัวสนาม 6 คัน ผลิตอาหาร 20,000 กล่อง–น้ำ 20,000 ขวด/วัน ดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง
วันนี้ (29 กันยายน 2569) เวลา 13.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ศูนย์ประสานงานกรุงเทพมหานคร เขตลาดกระบัง
โซเชียลชื่นชม 'น้องแทนใจ' ใช้วันหยุดลุยทำข้าวกล่อง 2.5 หมื่นกล่องช่วยผู้ประสบภัย
โซเชียลชื่นชม “น้องแทนใจ” เจ้าหน้าที่สำนักงานรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ใช้วันหยุดลงพื้นที่
พม.-กคช. ผนึกกำลังช่วยชาวเคหะร่มเกล้า ระดมครัวกลาง–โดรนกู้ภัยฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 14.45 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายทวีพงษ์
กฟน. จ่ายไฟคืนชาวเคหะคลองจั่น-ร่มเกล้าแล้ว เร่งตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้าพื้นที่น้ำท่วม
เคหะคลองจั่น-ร่มเกล้า ไฟมาแล้ว! กฟน. เร่งจ่ายไฟคืนจุดปลอดภัยพื้นที่น้ำท่วม
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์ติดตามฯ-โรงครัว ผนึกเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศสนับสนุนข้าวสารอาหารแห้งและน้ำดื่มแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม
กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จัดตั้งศูนย์ติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

