‘ไอเอ็มเอฟ’ ชี้คลื่นสึนามิAIเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก ตลาดแรงงานสะเทือนแนะยกระดับการศึกษา-ภาคการคลัง

‘ไอเอ็มเอฟ’ ระบุ AI เหมือนคลื่นสึนามิเศรษฐกิจ เปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานโลก ชี้งานปัจจุบันราว 40% เสี่ยงสูญหาย แนะเร่งปรับระบบการศึกษา ยกระดับแรงงาน พร้อมเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับคลื่นเทคโนโลยีใหม่ พร้อมเตือนรัฐบาลคำนึงภาคการคลัง เร่งปรับตัวหารายได้เพิ่ม หลังโครงสร้างแรงงานเปลี่ยน

12 ต.ค. 2569 – นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) กล่าวในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) : The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 หัวข้อ WBG Flagship : Small AI : More and Better Jobs ว่า ปัจจุบันเราเริ่มเห็นผลกระทบ หรือแรงกระแทกในรอบแรกจากอุปสงค์และการลงทุนในอุตสาหกรรมเอไอ ขณะที่ในบางประเทศมีการเติบโตจากอุตสาหกรรมดังกล่าว ผ่านธุรกิจดาต้าเซนเตอร์ และการลงทุนในห่วงโซ่ที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเอไอด้วยเช่นกัน

ขณะเดียวกันมีกลุ่มประเทศที่มีการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเอไอ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย โดยมองว่าการเปลี่ยนแปลงจากอุตสาหกรรมเอไอนี้ อาจจะช่วยทำให้เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเหล่านี้เติบโตได้กว่า 3% ส่วนในบางประเทศก็อาจจะมีปัญหาเศรษฐกิจช็อกจากภาวะความตึงเครียดด้านพลังงาน ส่วนในอนาคตการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียสำหรับประเทศที่มีการเติบโตก้าวหน้ามาก ๆ ตัวเลขเศรษฐกิจอาจมีโอกาสเติบโตเพิ่มอีก 0.5-1% ส่วนประเทศกำลังพัฒนา การเติบโตอยู่ที่ราว 0.2-0.8%

“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ในระยะถัดไปจะมีความตื่นเต้นมากขึ้น จากการที่ต้องทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการรับเอไอมาใช้อย่างจริงจัง แต่รัฐบาลต้องทำให้มั่นใจได้ว่าจะต้องมีความปลอดภัยโดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนา เพื่อให้ความคุ้มครองจากคนที่ไม่ประสงค์ดีที่อาจจะเข้ามาจากการเปิดรับเอไอมาใช้ รวมถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทั้งการเข้าถึงไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทับ เพื่อให้ทุกคนพร้อมที่จะเปิดรับ” กรรมการผู้จัดการ IMF ระบุ

สำหรับกลุ่มประเทศเอเชียที่เศรษฐกิจมีการพัฒนาเร็ว โดยเฉพาะประเทศที่มีประชากรสูงวัยเพิ่มมากขึ้นนั้น การเติบโตของอุตสาหกรรมเอไอเพียงแค่ 1% จะสามารถชดเชยหรือมากกว่าคำว่าชดเชยการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยของประเทศนั้น ๆ ได้ ถือเป็นการสะท้อนว่าเอไอคือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก เปลี่ยนทุกอย่าง ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต

นางคริสตาลินา กล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่าเอไอเป็น ‘สึนามิ’ ที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ และมีผลต่อตลาดแรงงานทั่วโลก จากการศึกษา พบว่า เอไอมีส่วนทำให้งานในปัจจุบันราว 40% อาจจะหาย หรือถูกลดระดับ ขณะที่ในบางประเทศอาจตลาดงานอาจได้รับผลกระทบสูงถึง 60% ส่วนในประเทศรายได้ต่ำ ได้รับผลกระทบถึง 23% ดังนั้นแต่ละประเทศจะต้องตอบให้ได้ว่าหลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งแบ่งเป็น 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. การศึกษา เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลของตลาดแรงงานว่ามีความต้องการแรงงานเปลี่ยนไปอย่างไร โดยจากข้อมูลพบว่า งานกว่า 10% จำเป็นต้องใช้ทักษะเอไอชั้นสูงประกอบ ส่วนจุดที่น่าสนใจ คือ งานที่ค่าจ้างต่ำกำลังจะเพิ่มมากขึ้น และงานที่ทำง่าย ๆ ทำซ้ำ ๆ จะค่อย ๆ หายไป

2. รัฐบาลแต่ละปะเทศต้องเข้าใจว่ามีภาระความมรับชิดชอบในการคิดใหม่ ทำใหม่ ต้องศึกษาการเปลี่ยนแปลงใจเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากอุตสาหกรรมเอไอ และต้องเร่งวางแนวทางในการยกระดับทักษะแรงงานเพื่อให้สอดรับกับตลาดแรงงานในปัจจุบัน พร้อมย้ำให้เห็นว่าการใช้ทักษะงานเดียวตลอดชีวิตเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป การเรียนรู้ตลอดชีวิตยังเป็นเรื่องจำเป็น และ 3. รัฐบาลต้องคำนึงถึงภาระในภาคการคลัง เพราะอุตสาหกรรมเอไอได้เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงาน ซึ่งอาจมีผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลจะต้องไปเร่งพิจารณาแนวทางในการสร้างรายได้ ผ่านการเล่นบทบาทสำคัญในการช่วยให้ภาคธุรกิจและสังคมปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมรับกับคลื่นอุตสาหกรรมเอไอ

“เอไอเหมือนสึนามิที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ และเราไม่สามารถรู้ได้ว่าโลกของการทำงาน 5 ปีจากนี้จะเป็นอย่างไร ดังนั้นหากเรามีวินัย มีการประเมินสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง และมีการถอดบทเรียนถึงสิ่งที่ทำ เราจะเข้าใจถึงสิ่งที่จะต้องทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ” กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กราญ' กำชับ 'นครบาล-สันติบาล' เฝ้าระวังมือที่สาม พร้อมรับมือเหตุป่วนประชุม ธนาคารโลก-IMF

ผบ.ตร. ยืนยันความพร้อมเต็มกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจร การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ