ไทยยังมีจุดแข็ง! IMF ชี้ทุนสำรองมั่นคง 2.82 แสนล้านดอลลาร์ ต่างชาติลงทุนเพิ่ม 30% รัฐบาลชูฐานการผลิตแข็งแกร่ง เร่งต่อยอดสร้างงาน–เพิ่มรายได้ประชาชน
15 ต.ค.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังมีจุดแข็งทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งเสถียรภาพทางการเงิน ทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งนำศักยภาพเหล่านี้มาต่อยอดให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน แม้รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ฉบับเดือนตุลาคม 2569 จะคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 2.1% ซึ่งยังต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาคก็ตาม
นางสาวลลิดากล่าวว่า รายงาน External Sector Report 2026 ของ IMF ระบุว่า ประเทศไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศในปี 2568 ประมาณ 282,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 237,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 โดยมีทุนสำรองคิดเป็นประมาณ 2.6 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น และสามารถรองรับการนำเข้าได้ประมาณ 10 เดือน ซึ่ง IMF ประเมินว่าทุนสำรองของไทยอยู่สูงกว่าช่วงเกณฑ์ความเพียงพอ สะท้อนถึงความสามารถในการรองรับความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะเดียวกัน รายงาน World Investment Report 2026 ของหน่วยงานการค้าและการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNCTAD) ระบุว่า เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยในปี 2568 มีมูลค่า 19,098 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 14,652 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30% สะท้อนว่าไทยยังเป็นจุดหมายการลงทุนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะการมีฐานอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการขยายตัวของภาคการผลิต
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า จุดแข็งสำคัญอีกด้านของประเทศไทย คือฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและแรงงานไทยพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับการลงทุนใหม่
“ประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ เรามีทั้งฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง เครือข่ายผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ เงินลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และทุนสำรองระหว่างประเทศที่มั่นคง สิ่งเหล่านี้คือจุดแข็งที่สามารถนำมาต่อยอดได้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนศักยภาพของประเทศให้เป็นการลงทุนจริง การจ้างงานจริง และรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชน” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับการประเมินของ IMF ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.1% และเติบโตต่ำที่สุดในกลุ่ม ASEAN-5 ซึ่งประกอบด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทยนั้น รัฐบาลรับฟังและตระหนักถึงความจำเป็นในการเร่งยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมองว่าการมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ แต่ต้องเร่งนำมาใช้สร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศ ไม่ใช่เพียงรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเท่านั้น
ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมใหม่ พัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ และลดอุปสรรคต่อการประกอบกิจการ เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนสามารถกระจายประโยชน์ไปสู่ประชาชนได้อย่างกว้างขวาง
“รัฐบาลไม่ได้มองข้ามปัญหาเศรษฐกิจโตช้าหรือความเดือดร้อนด้านปากท้องของประชาชน แต่เชื่อว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพและต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ดี สิ่งสำคัญจากนี้คือการใช้จุดแข็งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะความสำเร็จทางเศรษฐกิจไม่ได้วัดจากตัวเลขทุนสำรองหรือเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากการที่ประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวลลิดากล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เผยส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติเมืองนครศรีฯ คืบหน้ากว่า 70%
รัฐบาลเผย โครงการก่อสร้างถนนสายส่วนต่อขยายถนนเฉลิมพระเกียรติ ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 จ.นครศรีธรรมราช คืบหน้ากว่า 70% คาดแล้วเสร็จปี 70 ช่วยการจราจรติดขัด หนุนท่องเที่ยวในจังหวัดอย่างยั่งยืน
ย้ำเตือน 16 ต.ค.ห้ามบินโดรนในพื้นที่ VT R1 Bangkok City ตั้งแต่เวลา 00.01–23.59 น.
รัฐบาลย้ำ 16 ต.ค.69 ห้ามบินโดรนในพื้นที่ VT R1 Bangkok City เพื่อรักษาความปลอดภัยการประชุม IMF–World Bank Annual Meeting 2026 ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รัฐบาลดันการศึกษาไทยรับยุค AI วางโรดแมปถึงปี 2030
รัฐบาลดันการศึกษาไทยรับยุค AI ผนึก WEF วางโรดแมปปี 2030 ปั้นคนไทยให้พร้อมทำงาน–เพิ่มโอกาสสร้างรายได้–แข่งขันได้ในเวทีโลก
รัฐบาลเดินหน้า 'Siam Silica' ปูทางสู่ฮับชิปอาเซียน
รัฐบาลเดินหน้า 'Siam Silica' ผนึก NXP–มหาวิทยาลัยเนเธอร์แลนด์ ปั้นคนไทย–ต่อยอดนวัตกรรม ปูทางสู่ฮับชิปอาเซียน
'เอกนิติ' ชงธนาคารโลกปลดล็อกระเบียบ–ข้อจำกัดเชื่อมโยงพลังงานทั้งภูมิภาค
รัฐบาลดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน 'เอกนิติ' เสนอธนาคารโลกช่วยปลดล็อกกฎระเบียบ–ข้อจำกัดด้านสัญญา เชื่อมโยงพลังงานทั้งภูมิภาค หนุนเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
รอต่อไป! รัฐบาลบอก 1 สัปดาห์รู้ผลตรวจแม่น้ำปราจีนบุรี
รัฐบาลเร่งตรวจสอบปลาตาย–คราบน้ำมันสีรุ้งแม่น้ำปราจีนบุรี ยืนยันพบคนละจุด เบื้องต้นปลาตายอาจเกิดจากออกซิเจนในน้ำต่ำ เร่งตรวจโลหะหนัก–สารปนเปื้อน คาดทราบผลภายใน 1 สัปดาห์

