รัฐบาลดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน 'เอกนิติ' เสนอธนาคารโลกช่วยปลดล็อกกฎระเบียบ–ข้อจำกัดด้านสัญญา เชื่อมโยงพลังงานทั้งภูมิภาค หนุนเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
15 ต.ค.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอให้กลุ่มธนาคารโลกสนับสนุนการแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและสัญญา เพื่อขับเคลื่อนโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียนร่วมกับนายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569
นางสาวลลิดากล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำว่า อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง แต่ยังมีข้อจำกัดในการเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้เกิดการลงทุนและการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเงินทุนเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะด้านพลังงานที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงความร่วมมือด้านพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุนเข้าด้วยกัน
สำหรับข้อเสนอสำคัญของไทย คือการผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนให้เกิดความก้าวหน้า โดยขอให้กลุ่มธนาคารโลกเข้ามามีบทบาทสนับสนุนการแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านสัญญาที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของภูมิภาคสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเอื้อต่อการลงทุนด้านพลังงานในระยะยาว
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า นายเอกนิติยังเสนอให้ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับกลุ่มธนาคารโลกก้าวไปไกลกว่าการสนับสนุนทางการเงิน โดยมุ่งสร้างขีดความสามารถในการใช้เงินทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้อาเซียนสามารถเป็นต้นแบบของการบูรณาการพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุน สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ
“รัฐบาลมองว่าการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานของภูมิภาค การปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและสัญญาจะช่วยเปิดทางให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียนร่วมกับประธานกลุ่มธนาคารโลกครั้งนี้นับเป็นการจัดประชุมร่วมกันครั้งแรกในช่วงการประชุมประจำปี IMF–World Bank โดยประเทศไทยได้ใช้โอกาสดังกล่าวนำเสนอแนวทางความร่วมมือที่มุ่งแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของภูมิภาค สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในการผลักดันความร่วมมือระดับอาเซียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเดินหน้า 'Siam Silica' ปูทางสู่ฮับชิปอาเซียน
รัฐบาลเดินหน้า 'Siam Silica' ผนึก NXP–มหาวิทยาลัยเนเธอร์แลนด์ ปั้นคนไทย–ต่อยอดนวัตกรรม ปูทางสู่ฮับชิปอาเซียน
รอต่อไป! รัฐบาลบอก 1 สัปดาห์รู้ผลตรวจแม่น้ำปราจีนบุรี
รัฐบาลเร่งตรวจสอบปลาตาย–คราบน้ำมันสีรุ้งแม่น้ำปราจีนบุรี ยืนยันพบคนละจุด เบื้องต้นปลาตายอาจเกิดจากออกซิเจนในน้ำต่ำ เร่งตรวจโลหะหนัก–สารปนเปื้อน คาดทราบผลภายใน 1 สัปดาห์
ญี่ปุ่นยื่นขอส่งเสริมลงทุน 1,380 โครงการมูลค่าเหยียบ 4 แสนล้าน!
รัฐบาลชูโอกาสลงทุนไทย! ญี่ปุ่นยื่นขอส่งเสริม 1,380 โครงการ มูลค่าเกือบ 4 แสนล้าน ดันชิป–AI ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา 'น้ำดำ-ฟองขาว' คลองรังสิต
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำดำคล้ำ–ฟองขาวคลองรังสิตประยูรศักดิ์ สั่งตรวจเข้มโลหะหนัก–สารปนเปื้อน หลังพบน้ำเน่าเสียจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง พร้อมเร่งดูแลประชาชนและฟื้นฟูคุณภาพน้ำ
รอผลแล็บยืนยันปมปลาบึกตาย–น้ำเสียฉะเชิงเทรา
รัฐบาลเผยผลตรวจสอบเบื้องต้นกรณีปลาบึกตาย–น้ำเสียฉะเชิงเทรา พบค่า pH ไนเตรท ทองแดง และแมงกานีสอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ค่าออกซิเจนละลายน้ำต่ำ รอผลแล็บยืนยัน
ขยายจุดบริการ 'อาชีวะอาสา' 140 จุดทั่วไทยเร่งช่วยผู้ประสบภัย
ขยายจุดบริการ 'อาชีวะอาสา' 140 จุดทั่วประเทศ เร่งช่วยผู้ประสบภัย ทั้งอาหาร น้ำดื่ม ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ พร้อมกระจายข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงบริการ

