
เซ็นทรัลพัฒนา เผยความคืบหน้าการขยายเซ็นทรัล ภูเก็ต สู่ Global Luxury Destination ใจกลาง Downtown Phuket เตรียมเปิดโซน Luxury เฟสแรกไตรมาส 2 ปี 2570 หลังการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 60% พร้อมพัฒนาพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่ เพิ่มแบรนด์ลักชูรี แหล่งรวมร้านอาหารกว่า 150 แบรนด์ และ World-Class Attractions หวังยกระดับภูเก็ตสู่จุดหมายการใช้ชีวิตระดับโลก รองรับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงและนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก
20 ต.ค. 2569 – นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเติบโตเคียงคู่ภูเก็ตมากว่า 20 ปี โดยพัฒนาเซ็นทรัล ภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจของเมือง เชื่อมโยงทั้งย่านที่อยู่อาศัย สถานศึกษา โรงพยาบาล และธุรกิจโดยรอบ พร้อมต่อยอดสู่การเป็นจุดหมายของแบรนด์ระดับโลกและกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูง ทั้งคนไทย ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว และนักท่องเที่ยวคุณภาพ
สำหรับโครงการเซ็นทรัล ภูเก็ต มีมูลค่ารวมกว่า 26,000 ล้านบาท พื้นที่โครงการรวม 500,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 110 ไร่ โดยการขยายครั้งนี้มีพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่ มุ่งสร้างประสบการณ์ครบทั้งไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม ร้านอาหารระดับพรีเมียม การใช้ชีวิตริมทะเล และสุขภาพ
ปัจจุบันเซ็นทรัล ภูเก็ต มีแบรนด์ลักชูรีระดับโลก 23 แบรนด์ และแบรนด์แฟชั่นกับ Bridge-line มากกว่า 250 แบรนด์ อาทิ BALENCIAGA, BOTTEGA VENETA, BVLGARI, BURBERRY, CELINE, DIOR, GUCCI, HERMÈS, LOUIS VUITTON, OMEGA, PMT THE HOUR GLASS, PRADA, SAINT LAURENT, TIFFANY & CO, TOD’S, VALENTINO, VERSACE และ ZEGNA โดยหลายแบรนด์มียอดขายติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ สะท้อนศักยภาพตลาดและกำลังซื้อของภูเก็ต
ความเคลื่อนไหวของแบรนด์ในโครงการมีทั้งการขยายบูติก LOUIS VUITTON ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ การเปิดบูติก PRADA ขนาด 597 ตารางเมตร การขยายพื้นที่ PMT THE HOUR GLASS รวมถึง Pop-up ของ CELINE และ CHANEL BEAUTY ตลอดจนการปรับคอนเซ็ปต์ร้านของ BALENCIAGA และ SAINT LAURENT การเปิด TOD’S Pop-up นอกกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก และบูติก BVLGARI Exclusive Concept แห่งแรกและแห่งเดียวในภูเก็ต
ด้านแหล่งท่องเที่ยวและความบันเทิง บริษัทเตรียมพัฒนา World-Class Arena for Entertainment & Culture พร้อม World-Class Aquatic Experience และกิจกรรมเทศกาลตลอดปี ทั้ง Pride Month สงกรานต์ และ Countdown เพื่อเพิ่มแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างความคึกคักให้ Downtown Phuket โดยเตรียมเปิดเผยรายละเอียดของแลนด์มาร์กความบันเทิงแห่งใหม่ในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าพัฒนา Ultimate Culinary Landmark บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร รวมร้านอาหารมากกว่า 150 แบรนด์ ตั้งแต่ร้านอาหารระดับ Michelin, Global Dining Brands ไปจนถึงร้านดังท้องถิ่นและ Street Food อาทิ ขาหมูกะทู้โบราณ แอนคั่วไก่ NARA Express เมโทร เป็ดย่าง หมี่ต้นโพธิ์ หมูกรอบจี้ฮอง ในเหมือง เขาหลัก และก๋วยเตี๋ยวไก่แม่ศรีเรือน พร้อมร้านอาหารชื่อดังอย่าง Starbucks Reserve ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูเก็ต และ Su Va Na เจ้าของรางวัล World’s Culinary Awards
บริษัทเตรียมเพิ่มจำนวนร้านอาหารระดับ Michelin อีกเท่าตัวในอนาคต โดยวางแนวคิด Coastal City ที่รองรับการรับประทานอาหารและการพักผ่อนตั้งแต่กลางวันถึงกลางคืน เพื่อสร้างจุดหมายด้านอาหารที่เชื่อมโยงเอกลักษณ์ท้องถิ่นกับประสบการณ์ระดับสากล
อย่างไรก็ดี แผนดำเนินงาน โซน Luxury เฟสแรกมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 2 ปี 2570 ขณะที่การก่อสร้างมีความคืบหน้ากว่า 60% โดยเซ็นทรัลพัฒนามุ่งใช้การขยายพื้นที่ค้าปลีก แบรนด์ระดับโลก ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของเซ็นทรัล ภูเก็ตในฐานะจุดหมายการใช้ชีวิตระดับลักชูรีของภูมิภาค

