
แดรี่ ควีน ภายใต้ไมเนอร์ ฟู้ด เลือกประเทศไทยเป็นตลาดแรกของโลกเปิดตัว Blizzard Studio (บลิซซาร์ด สตูดิโอ) แฟล็กชิปสโตร์รูปแบบใหม่ เจาะกำลังซื้อคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคระดับพรีเมียม ด้วยกลยุทธ์ Customization เปิดให้ลูกค้าออกแบบเมนูไอศกรีมได้ตามความชอบ หวังเพิ่มยอดขายสาขาเซ็นทรัลเวิลด์มากกว่าสาขาทั่วไป 60% ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ 20% พร้อมวางโมเดลเป็นห้องทดลองนวัตกรรมเพื่อปูทางขยายสู่ศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศในระยะ 3-5 ปี
ประเทศไทยตลาดยุทธศาสตร์ เปิดตัวโมเดลใหม่แห่งแรกของโลก
19 ต.ค. 2569 – แดรี่ ควีน (Dairy Queen) แบรนด์ไอศกรีมชั้นนำภายใต้ไมเนอร์ ฟู้ด เดินหน้าขยายตลาดสู่เซกเมนต์พรีเมียม ด้วยการเปิดตัว “Blizzard® Studio” แฟล็กชิปสโตร์รูปแบบใหม่แห่งแรกของโลก ณ ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์ของแบรนด์ระดับโลก และเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของแดรี่ ควีน
สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในปีที่แดรี่ ควีน ประเทศไทย ครบรอบ 30 ปีของการให้บริการผู้บริโภคชาวไทย ปัจจุบันมีสาขารวม 600 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการที่ Dairy Queen® Global ไว้วางใจให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกสำหรับการเปิดตัว Blizzard® Studio สะท้อนถึงศักยภาพและความสำคัญระดับยุทธศาสตร์ของตลาดไทยในสายตาของแบรนด์ระดับโลก โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ของ แดรี่ ควีน ทั้งด้านจำนวนสาขา การเติบโตของยอดขาย และการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจ โดยความสำเร็จและบทเรียนจากตลาดไทยยังได้รับการนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบในหลายประเทศทั่วโลก
แน่นอนว่าตลาดของหวานในไทยมีการแข่งขันสูง และผู้บริโภคเปิดรับสินค้าและประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นตลาดแรกสำหรับการทดลองโมเดล Blizzard® Studio ก่อนนำไปต่อยอดในตลาดอื่น

ชู Customization เปลี่ยนจากผู้ขายสินค้าเป็นผู้สร้างประสบการณ์
นายปรดา ศรีสุวรรณภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไมเนอร์ ดีคิว จำกัด กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงรสชาติของสินค้า แต่ยังมองหาประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความชอบเฉพาะบุคคล ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลายในตลาด ทำให้ แดรี่ ควีน มีการปรับแนวคิดจากการนำเสนอเมนูที่แบรนด์กำหนดไว้ ไปสู่การเปิดโอกาสให้ลูกค้าสร้างสรรค์ Blizzard® ในแบบของตัวเอง ผ่านเบสไอศกรีม 12 รสชาติ และท็อปปิ้งมากกว่า 20 รายการ ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถผสมผสานรสชาติและส่วนประกอบได้หลากหลาย โดยลูกค้าสามารถเลือกท็อปปิ้งได้สูงสุด 4 รายการ ในราคาเริ่มต้น 99 บาท
ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวสอดรับกับแนวคิด Experience Economy ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์นอกเหนือจากตัวสินค้า ควบคู่กับ Customization และ Personalization ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น และสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์หรือราคาเพียงอย่างเดียว
ด้านภาพลักษณ์ Blizzard® Studio ยังนำเอกลักษณ์ของแดรี่ ควีน ทั้งความสนุก ความเป็นกันเอง และความสุขที่เข้าถึงได้ มาถ่ายทอดผ่านการออกแบบร้าน โทนสี ยูนิฟอร์มพนักงาน และรูปแบบเมนูที่ร่วมสมัยมากขึ้น เพื่อยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าจากแบรนด์ที่ผู้บริโภครู้จักและชื่นชอบ ไปสู่แบรนด์ที่ลูกค้าอยากเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างประสบการณ์ด้วยตนเอง จากแนวคิด “Serve Happiness” สู่ “Create Their Own Happiness”

ตั้งเป้ายอดขายโต 60% ขยายฐานลูกค้าใหม่ 20%
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจ แดรี่ ควีนตั้งเป้าให้ยอดขายสาขาเซ็นทรัลเวิลด์เติบโตสูงกว่าสาขาทั่วไป 60% พร้อมเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ 20% โดยมุ่งเน้นคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงเป็นสำคัญ การผลักดันยอดขายจะอาศัยการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อบิล ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างผ่านการเลือกส่วนผสมและรสชาติด้วยตนเอง โดยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าค้นพบการผสมผสานใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการกลับมาใช้บริการ และสนับสนุนการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว
แนวทางนี้ยังสะท้อนการขยายคุณค่าของสินค้า จากไอศกรีมที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านรสชาติ ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีองค์ประกอบของการมีส่วนร่วมและความเป็นตัวเอง ซึ่งอาจช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับแบรนด์ โดยลูกค้ารู้สึกว่าได้สร้างเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

วาง Blizzard® Studio เป็น Real Innovation Lab ปูทางขยาย 3-5 ปี
นอกเหนือจากการเป็นร้านรูปแบบใหม่ Blizzard® Studio ยังได้รับการวางบทบาทให้เป็น “Real Innovation Lab” หรือพื้นที่ทดลองนวัตกรรมในสถานการณ์จริง เพื่อเก็บข้อมูลและประเมินเสียงตอบรับจากผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ ทั้งด้านระดับราคา รูปแบบการให้บริการ Customization ระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้า และองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในร้าน
โดยการทดลองดังกล่าวจะช่วยให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้ชัดเจนขึ้น และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพัฒนาสินค้า บริการ และรูปแบบร้านในอนาคต โดยครอบคลุมประสบการณ์แบบครบวงจร ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ การปรับแต่งเมนู การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงบรรยากาศโดยรวมภายในร้าน
สำหรับแผนระยะ 3-5 ปี แดรี่ ควีนเตรียมใช้โมเดลนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Key Mall Strategy โดยมีแผนขยายร้านรูปแบบพรีเมียมไปยังศูนย์การค้าชั้นนำในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมนำข้อมูลและบทเรียนจากสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ไปประยุกต์ใช้กับร้านแดรี่ ควีนในวงกว้าง เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนารูปแบบธุรกิจให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่

การเปิด Blizzard® Studio จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรูปแบบร้านใหม่ แต่เป็นการทดลองแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ ผ่านการผสานสินค้า ประสบการณ์เฉพาะบุคคล และการใช้ข้อมูลผู้บริโภคมาพัฒนาธุรกิจ โดยมีเป้าหมายต่อยอดการเติบโตของแดรี่ ควีนในตลาดไทย และสร้างรากฐานสำหรับการขยายโมเดลพรีเมียมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

