ส.อ.ท. เผยน้ำท่วมกระทบยาว ยอดผลิตรถยนต์งวด ก.ย. หดตัว 6.08% จับตาภาพรวมตกถึง ต.ค. นี้

ส.อ.ท. เผยน้ำท่วมกระทบยาว ยอดผลิตรถยนต์งวด ก.ย. หดตัว 6.08% จับตาภาพรวมตกถึง ต.ค. นี้ เผยยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเติบโตจากปีก่อน 14.28% เพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ห่วงกลุ่มรถกระบะหดตัวจากกำลังซื้ออ่อนแอ ยันยังคงเป้าหมายผลิตรถยนต์ปีนี้ที่ 1,450,000 คัน

27 ต.ค. 2569 – นายสุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าภาพรวมการผลิตยานยนต์ประจำเดือนก.ย. 2569 มีทั้งสิ้น 120,319 คัน ลดลงจากเดือนก.ย. ปีก่อน 6.08% เนื่องจากโรงงานบางแห่งต้องหยุดผลิตชั่วคราวตั้งแต่ปลายเดือนก.ย. ถึงกลางเดือนต.ค. 2569 จากการขาดชิ้นส่วนที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไม่สามารถส่งมอบได้เพราะปัญหาน้ำท่วม ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตในเดือนต.ค. โดยรถยนต์นั่งสันดาปภายใน เดือนก.ย. 2569 ผลิตได้ 15,715 คัน ลดลง 27.78% ผลิตรถยนต์นั่ง HEV 17,151 คัน ลดลง 3.99% ผลิตรถกระบะบรรทุก 9,460 คัน ลดลง 4.71% ผลิตรถกระบะดับเบิลแค็บ 44,465 คัน ลดลง 11.24%

ส่งผลให้ผลิตรถยนต์เพื่อส่งออก 81,068 คัน ลดลง 7.09% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว และในช่วง 9 เดือน ผลิตเพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 686,647 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.41% ด้านผลิตเพื่อขายในประเทศ 39,251 คัน ลดลง 3.91% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว และในช่วง 9 เดือนผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 393,383 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.79% แต่ปัจจุบันทุกโรงงานกลับมาผลิตได้ตามปกติแล้ว คาดว่าคงผลิตได้ 1,450,000 คันตามเป้าที่ตั้งไว้ ขณะที่จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ตั้งแต่ เดือนม.ค. – ก.ย. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,080,030 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.39%

ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนก.ย. 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 55,255 คัน ลดลงจากเดือนส.ค.  7.61% และเพิ่มขึ้นจากเดือนก.ย. ปีก่อน 14.28% โดยเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก รถยนต์ไฟฟ้า BEV มียอดขาย 16,626 คัน เพิ่มขึ้น 81.61% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว รถกระบะยังคงมียอดขายลดลงโดยขายได้ 10,315 คัน ลดลง 7.11% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว จากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ กำลังซื้ออ่อนแอเพราะค่าครองชีพสูงและแรงงานใน

ขณะที่ตัวเลขการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเพราะส่งออกรถยนต์ไปตลาดเอเชียซึ่งใหญ่อันดับสอง มีสัดส่วน 28.61% ของยอดส่งออก รองจากตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนีย ซึ่งมีสัดส่วน 29.30% ของยอดส่งออกทั้งหมด โดยส่งออกได้เพิ่มขึ้น 27.16% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงส่งออกไปตะวันออกกลางได้แค่ 14,419 คัน ลดลง 30.60% จากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน เพราะการปิดช่องแคบฮอร์มุซจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ส่งผลให้เก้าเดือนแรกของปีนี้ยอดการส่งออกรถกระบะลดลงไป 33,118 คัน หรือลดลง 37.73% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสงครามจะยุติถาวรได้เมื่อไร ยังคาดว่าน่าจะส่งออกได้ 900,000 คันตามเป้า

ด้านนายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่าในเดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประสบเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งบางพื้นที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์หลายแห่ง เช่น ในพื้นที่เขตนิคมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรีที่มีระดับน้ำท่วมสูง ทำให้โรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่ง แม้ตัวโรงงานจะไม่ได้ถูกน้ำท่วม แต่ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว เนื่องจากขาดชิ้นส่วนในการผลิต เส้นทางขนส่งไม่สะดวก รวมถึงพนักงานได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ 

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจสมาชิกตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม  ทุกโรงงานได้กลับมาเดินสายการผลิตเป็นปกติแล้วส่วนผลกระทบด้านการผลิตจะสะท้อนให้เห็นในตัวเลขที่จะรายงานในเดือนพฤศจิกายนต่อไป

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังประเมินว่าผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าวยังไม่กระทบต่อเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 โดยยังคงเป้าหมายที่ 1,450,000 คัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 900,000 คัน และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน โดยหลายๆโรงงานได้วางแผนเร่งดำเนินการผลิตให้กลับมาตามแผนเดิม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ป่าตอง' เปิดศูนย์เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำป่า-ดินสไลด์ เร่งตรวจสอบสิ่งก่อสร้างบนภูเขา

นายกฯป่าตองเร่งตรวจสอบสาเหตุดินสไลด์ หินถล่ม สิ่งก่อสร้างบนภูเขา  เปิดศูนย์เยียวยาผู้ประสบภัย 27 ต.ค.นี้