
จะชี้แจง-อธิบายว่ากระไร?
เนี่ย..วันนี้ (27 ต.ค.) แหละ จะได้ฟัง-ได้รู้ แต่ที่ทราบก่อนคือ คุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในฐานะภรรยาของสามีที่ตกเป็นข่าวว่าบุกรุกป่าสงวน 100 ไร่ในจังหวัดนครนายก..
“หัวใจแตกสลายหมดแล้ว”!
ก็ไม่รู้จะพูด-ปลอบประโลมอย่างไรดี เอาที่พอนึกออก.. “ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่อยู่เคียงข้างคุณบุ๋มในวันที่ยากลำบาก เชื่อว่าจะสามารถผ่านมันไปได้ด้วยดีนะ”!
เออ..แล้วนั่นก็แอบเป็นกำลังใจให้กันอยู่ แต่พอได้ยินบทเทศนาว่าด้วย “3 ความอ่อนแอ” อันประกอบไปด้วย รัฐอ่อนแอ สื่ออ่อนแอ และประชาชนอ่อนแอ..
ที่คุณต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์ ชี้เป้าว่าคือ “ตัวฉุดรั้งประเทศ” ไม่ให้พัฒนา ซึ่งฟังดูแล้วช่างเป็นสัจธรรมที่ลึกซึ้งราวกับนักคิดผู้มองเห็นทะลุปรุโปร่งถึงรากเหง้าปัญหาโครงสร้างชาติ!
แต่..ก็มีคำถามผุดขึ้นมาในใจทันควัน ว่าทำไมคุณไตรภพเพิ่งมาพูด-มาแสดงธรรมเทศนาเอาตอนนี้?
ย้อนหลังตลอดเส้นทางกว่า 40 ปีในวงการบันเทิง ชื่อของ “ไตรภพ ลิมปพัทธ์” คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จระดับพันล้าน..
เป็น “ยุคทอง” ของรายการ ไม่ว่าจะ ทไวไลท์โชว์, ฝันที่เป็นจริง, หรือ เกมเศรษฐี มีเม็ดเงินโฆษณานับร้อยนับพันล้านไหลเข้ากระเป๋าไม่ขาดสาย!
ในยุคที่ “ทีวีแอนะล็อกครองเมือง” ในยุคที่ “ร่ำรวยล้นฟ้า” ยุคที่สปอนเซอร์แย่งกันกราบกรานขอคิวโฆษณา..
เราเคยเห็นบทวิเคราะห์อันคมคายเกี่ยวกับ “ความอ่อนแอของโครงสร้างรัฐ” หรือ “ความไร้ภูมิปัญญาของประชาชน” จากปากของพิธีกรระดับแถวหน้าคนนี้บ้างหรือไม่?
คำตอบคือ.. “ไม่เลย”!
ในวันเหล่านั้น รัฐอาจจะอ่อนแอ สื่ออาจจะเซนเซอร์ตัวเอง และประชาชนอาจจะถูกป้อนด้วยความบันเทิงแบบสำเร็จรูปฉาบฉวย
แต่ด้วยธุรกิจยังเดินหน้า ตัวเลขกำไรยังงดงาม ระบบการศึกษาหรือโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะเป็นอย่างไร..
ดูจะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร ที่คนประสบความสำเร็จทางธุรกิจ-ร่ำรวยจะต้องหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์!
แต่พอมาถึงยุคดิจิทัล ที่มี “แพลตฟอร์มออนไลน์” แย่งชิงสายตาผู้ชม เม็ดเงินโฆษณาย้ายที่อยู่ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป
จน.. “ทีวีไดโนเสาร์” แทบไม่มีที่ยืน สปอนเซอร์ไม่ยอมจ่ายเงินก้อนโตให้รายการรูปแบบเดิมๆ นำมาสู่ภาวะขาดทุนสะสมและต้องยอมปิดบริษัทลงในที่สุด
คุณไตรภพกลับมาฟาดหัว-ฟาดหางโยนบาปให้ “ประชาชนอ่อนแอ” ขาดภูมิปัญญา และโทษสื่อไม่มีแนวทางชี้นำซะงั้น!
จึงอดที่จะคิด-มองไม่ได้ว่า นี่เป็นเพียง เสียงโอดครวญของ “ผู้แพ้” ที่ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง มากกว่าการวิเคราะห์ด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อสังคมหรือไม่?
เพราะในความเป็นจริง ประชาชนไม่ได้อ่อนแอลง หากแต่พวกเขา “ฉลาดเลือก” และมีทางเลือกมากขึ้น จึงไม่ง้อรายการทีวีที่ตื๊อขอเรตติงด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆ!
ส่วนที่บอกว่า “สื่ออ่อนแอ” ก็ต้องไม่ลืมว่า คนที่ยึดพื้นที่สื่อและกอบโกยผลประโยชน์จากความอ่อนแอนั้นมานานที่สุดก็นับรวมศิษย์เก่าในยุคแอนะล็อกอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ?
ในวันที่ตัวเองได้ประโยชน์ ระบบนี้ช่างแสนดี แต่ในวันที่ตัวเองเสียประโยชน์ ระบบกลับกลายเป็นพิษเป็นภัยขึ้นมาทันที!
การปิดฉาก “บอร์น ออพเปอเรชั่น” อาจเป็นเรื่องน่าเสียดายในเชิงประวัติศาสตร์โทรทัศน์ แต่บทเทศนาส่งท้ายของคุณไตรภพ ดูเหมือนไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นฮีโรหรือ “ผู้ตื่นรู้”..
แต่กลับทำให้รู้..ในวันที่เจ้าตัวกระเป๋าแฟบ..
ประเทศไทยก็ “อ่อนแอ” ขึ้นมาทันที!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาไง..ไทยพีบีเอส?
บุรุษหนึ่ง..ใช้แก้วฟาดใบหน้าหญิงสาวเพียงเพราะเธอปฏิเสธ “ชนแก้ว” ในร้านเหล้า!
อยากรู้ความคิดใคร?
มีคนยืนยันว่าไม่ใช่แผนโฆษณา-สร้างกระแส! นี่..ผมหมายถึงกรณีที่นางเอกสาว คุณแต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ หรือพรประภา ออกมาคัดค้าน และไม่ยินยอมให้มีการเผยแพร่ภาพที่ดัดแปลงด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟิก..
รอ'ของขวัญ'จากนายกฯ!
“กทม.ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนจำนวนมากถึงระดับนี้ โดยยอดผู้ลงทะเบียนสูงกว่า 1 ล้านคนแล้ว ซึ่งมากกว่าที่ประมาณการไว้”
‘ครัวคุณต๋อย’ยังอยู่นะ!
ไม่ถึงกับตกใจ-ช็อก! เพราะเป็นที่รับรู้กันมาโดยตลอด และได้เห็นมาเป็นระยะๆ ที่ “ผู้จัดรายการโทรทัศน์” รายนั้น-รายนี้ถอดใจ เลิกกิจการด้วยทนแบกภาระ “ขาดทุน” ต่อไปไม่ไหว!
อย่าฆ่ากันด้วยคำพูด?
“จ้าง 300 ให้เลิกร้องเพลงได้ไหม?” เนี่ย..แม้เพียงประโยคสั้นๆ จากลูกค้าคนหนึ่งในร้านอาหาร ก็ทำเอา “ศิวดล จันทนเสวี” หรือ “ท๊อฟฟี่ 3.50” ศิลปินและเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นเก๋าถึงกับ “หน้าชา”!
จิตใจต่ำกว่าความเป็นมนุษย์?
ตามหลักการและตรรกะทางการเมือง.. หากบุคคลใดต้องการ “วางมือทางการเมือง” อย่างแท้จริง การนิรโทษกรรมในคดีความส่วนตัวก็ไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงตำแหน่งหรือบทบาททางการเมืองอีกต่อไป!

