ส.อ.ท.ถกพาณิชย์เสนอ 7 แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหนุน SME ดัน Buy Thai

ส.อ.ท. หารือ ก.พาณิชย์ เสนอ 7 แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หนุน SME ดัน Buy Thai ยกระดับ IP เพิ่มขีดแข่งขันสู่ตลาดโลก พาณิชย์ยันพร้อมร่วมมือ ส่งเสริม Local Content เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ

28 ต.ค. 2569 - นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. เข้าหารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงตลาดและแหล่งทุน ส่งเสริมการใช้สินค้าไทยผ่านโครงการ Buy Thai ขยายโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศ และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากการกระจุกตัวของตลาดส่งออกและรายได้ รวมถึงการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงมุ่งปรับสมดุลการค้าผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ Rethink Partnerships ขยายความร่วมมือทางการค้า Redefine Value ยกระดับมูลค่าสินค้าและบริการไทย Rewire Trade กระจายตลาดและปรับโครงสร้างการค้า และ Rebuild Trust & Resilience เสริมความเชื่อมั่นและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน

พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมร่วมมือกับ ส.อ.ท. ส่งเสริม Local Content เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ และขยายโอกาสทางการค้าให้ SMEs ผ่านแนวคิด Co-Creation โดยปรับแนวคิดจากการ “ขายให้” (Sell To) สู่การ “ขายร่วมกัน” (Sell With) โดยนำจุดแข็งของไทยและประเทศคู่ค้ามาพัฒนาสินค้า เทคโนโลยี และตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมหารือแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมศักยภาพ อาทิ การผลักดันไทยสู่ Jewelry Hub การขับเคลื่อน Thailand Food Valley และการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม ควบคู่กับการพัฒนา SMEs เพิ่มช่องทางตลาดและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์มุ่งให้การค้าเป็นกลไกสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและทั่วถึง โดยเน้นการเพิ่มมูลค่าในประเทศ ส่งเสริมสินค้าและวัตถุดิบไทย และกระจายโอกาสสู่ผู้ประกอบการทุกระดับ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ส.อ.ท. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการ Co-Creation เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยในการหารือครั้งนี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย 7 แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตในตลาดโลก ดังนี้

1. ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย เสนอให้บูรณาการฐานข้อมูลผู้ประกอบการ SMEs ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กับ ส.อ.ท. ส่งเสริมการรับรอง Made in Thailand (MiT) เพิ่มช่องทางจำหน่ายและจับคู่ธุรกิจ ยกระดับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้านำเข้า ตลอดจนสนับสนุนการขยายตลาดต่างประเทศ สินค้าสีเขียว และแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์แบบ B2B และระบบ Verified Thai SME / Thai Product เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ พร้อมเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนผ่านโครงการ FTI SME Funding Connect เพื่อเสริมสภาพคล่อง รองรับคำสั่งซื้อและขยายกำลังการผลิต

2. ส่งเสริมการใช้สินค้าไทยผ่านโครงการ Buy Thai เสนอให้กำหนดสินค้าเป้าหมายและประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พร้อมผลักดันการจัดซื้อสินค้าไทยของภาครัฐเป็นลำดับแรก และพิจารณามาตรการจูงใจด้านภาษีและการตลาด เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เพิ่มการใช้กำลังการผลิต และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไทย

3. ขยายโอกาสทางการค้าผ่าน FTA และการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เสนอให้ภาครัฐหารือกับภาคอุตสาหกรรมก่อนเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อประเมินผลกระทบรายอุตสาหกรรมและเตรียมมาตรการรองรับ วิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงรายอุตสาหกรรม ตลอดจนจัดทำมาตรการรองรับด้านเงินทุน เทคโนโลยี มาตรฐาน บุคลากร และการเข้าถึงตลาดใหม่ พร้อมติดตามการใช้สิทธิประโยชน์และประเมินผลกระทบหลังความตกลงมีผลบังคับใช้

สำหรับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (CEPA) ไทย–สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เสนอให้พิจารณาเงื่อนไขการเปิดตลาดเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีน (PE) และโพลิโพรพิลีน (PP) อย่างรอบคอบเนื่องจากอาจกระทบผู้ผลิตไทย การจ้างงาน และห่วงโซ่อุปทาน โดยเสนอให้คงอัตราภาษีนำเข้าเดิมในช่วง 5 ปีแรก ก่อนทยอยลดภาษีตั้งแต่ปีที่ 6 ควบคู่กับการกำหนดโควตานำเข้าอย่างเหมาะสม และใช้มาตรการปกป้องทางการค้า อาทิ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) และมาตรการปกป้อง (Safeguard) พร้อมส่งเสริมสินค้า MiT และผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล ควบคู่กับการใช้ CEPA เป็นโอกาสสร้างความร่วมมือด้านวัตถุดิบ การลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

4. ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก (Jewelry Hub) เสนอเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับจาก 457,000 ล้านบาทในปี 2025 เป็น 1.58 ล้านล้านบาทในปี 2038 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี โดยมุ่งยกระดับห่วงโซ่คุณค่า พัฒนาเทคโนโลยีและทักษะแรงงาน คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มมูลค่าสินค้า และขยายตลาดผ่านงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair การจับคู่ธุรกิจ และการดึงดูดแบรนด์และนักลงทุนระดับโลก

5. ขับเคลื่อน Thailand Food Valley ยกระดับสินค้าเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เสนอให้ขับเคลื่อน Thailand Food Valley Model เชื่อมโยงภาคเกษตรและอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป การพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐาน ไปจนถึงการตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกำหนดสินค้าเกษตรและอาหารเป้าหมายในแต่ละภูมิภาค เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้ให้เกษตรกร ดึงดูดการลงทุน และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารมูลค่าสูงของภูมิภาค

6. ส่งเสริมและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) สร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมไทย เสนอให้ผลักดันการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากทรัพย์สินทางปัญญาและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (IP/IA) ใน 3 อุตสาหกรรมนำร่อง ได้แก่ อาหารและส่วนผสมมูลค่าสูง วัสดุและเคมีชีวภาพจากฐานเกษตร และเครื่องมือแพทย์หรือชิ้นส่วนมูลค่าสูง ผ่าน IP Clinic ช่องทาง Fast Track แพลตฟอร์มจับคู่งานวิจัยกับผู้ประกอบการ และการประเมินมูลค่า IP/IA Matching Platform เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านกลไก IP Finance

7. สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสภาธุรกิจภายใต้การดูแลของ ส.อ.ท. เสนอให้ใช้เครือข่ายสภาธุรกิจภายใต้การดูแลของ ส.อ.ท. เป็นกลไกเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับประเทศคู่ค้า เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาด กำหนดสินค้าเป้าหมาย จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า และแก้ไขอุปสรรคทางการค้า.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภจี' เผยพาณิชย์จับตาการชุมนุมหลายประเทศในยุโรปอย่างใกล้ชิด เผยมีทั้งความเสี่ยงและโอกาสทางการค้า

เพจ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun ของรมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความว่า ช่วงนี้มีรายงานการชุมนุมในหลายประเทศของยุโรป ทั้งฝรั่งเศส อิต

ส่งออก เดือนก.ย. เพิ่ม 24% ขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน

ส่งออก ก.ย.69 มูลค่า 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24% ขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ภาคการผลิตโลกขยายตัว เกษตรและอาหารขยายตัวได้ดี คาดทั้งปี 69 ลุ้นโต 15-16% แต่มีโอกาสขยับไปถึง 19%

‘ศุภจี’ สั่งพาณิชย์ เกาะติดสถานการณ์ยุโรป ประเมินความเสี่ยงการค้า–ส่งออกไทย

‘ศุภจี’ สั่งพาณิชย์ เกาะติดสถานการณ์ยุโรป ประเมินความเสี่ยงการค้า–ส่งออกไทย เตรียมพร้อมรับมือ เผย8เดือนส่งออกสหภาพยุโรปมีมูลค่ารวม 34,692.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.13 %

‘พาณิชย์’ลุยเคหะร่มเกล้าจัดไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ

‘พาณิชย์’ ลุย เคหะร่มเกล้า จัดไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ ขนสินค้าจำเป็นกว่า 100 รายการ ลดสูงสุด 62% ช่วยประชาชนฟื้นฟูหลังน้ำท่วมย้ำเดินหน้าดูแลประชาชนเต็มที่ คาดเฟส 1 ช่วยลดภาระค่าครองชีพไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท

'ศุภจี' โล่ง! ขอบคุณนายกฯ แอ่นอก ป้องเก้าอี้ 'รมว.พาณิชย์'

'ศุภจี' ขอบคุณนายกฯ ออกตัวป้องเก้าอี้ 'รมว.พาณิชย์' หลัง 'อนุทิน' ลั่นหากปรับต้องเอาตัวเองออกด้วย เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน