'พีระพันธุ์' แจงยิบ ทำไมสมัยเป็นรมว.พลังงาน จึงยังไม่ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์

29 ตุลาคม 2569 - นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "ทำไมสมัยผมเป็นรัฐมนตรีพลังงาน จึงยังไม่ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์?"
.
คุณถนอม อ่อนเกตุพล ตั้งคำถามว่า เหตุใดในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จึงไม่ยกเลิกระบบอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์
.
เท่าที่จำได้ ผมเคยพูดคุยและอธิบายเรื่องนี้กับคุณถนอมไปแล้วเมื่อครั้งที่มีโอกาสพบกันในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่ง และยังได้ชี้แจงผ่านรายการต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรายการคมชัดลึกเมื่อวานนี้ (28 ตุลาคม 2569) และรายการข่าวมันส์เขี้ยวในวันนี้ (29 ตุลาคม 2569)
.
ผมเชื่อว่าคุณถนอมในฐานะสื่อมวลชนน่าจะมีโอกาสได้รับฟังคำอธิบายเหล่านี้มาบ้างแล้ว แต่เมื่อสอบถามมาอีก ผมก็ยินดีชี้แจงให้ทราบอีกครั้งครับ
.
ขอสรุปเฉพาะประเด็นสำคัญเพื่อไม่ให้ยาวจนเกินไป หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก็นัดหมายมาพูดคุยกันได้ ผมยินดีอธิบายอย่างเต็มที่ครับ
.
ประเด็นแรก การยกเลิกระบบอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ ไม่ใช่เพียงการสั่งให้เลิกใช้ แต่ต้องมีระบบใหม่และกฎหมายรองรับให้พร้อมเสียก่อน
.
คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้คือ เมื่อยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์แล้ว เราจะใช้ระบบใดมาทดแทน และรัฐจะอาศัยอำนาจตามกฎหมายใดในการดำเนินการ
.
ต้องเข้าใจก่อนว่า เดิมประเทศไทยใช้ระบบที่รัฐเป็นผู้กำหนดและควบคุมราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ระบบราคาน้ำมันลอยตัวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2534 โดยมีข้อเสนอจากผู้รับผิดชอบด้านนโยบายพลังงานในขณะนั้น พร้อมเหตุผลสนับสนุนหลายประการ ซึ่งผมเห็นว่าหลายเหตุผลไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและธุรกิจพลังงานในปัจจุบันแล้ว
.
ต่อมาจึงมีการนำราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์มาใช้อ้างอิงในการกำหนดราคา ณ โรงกลั่น และใช้ต่อเนื่องกันมานานกว่า 30 ปี
.
ดังนั้น หากคิดจะยกเลิกระบบที่ใช้มาอย่างยาวนานเช่นนี้ ก็จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ใหม่ที่ชัดเจน มีวิธีคำนวณราคาที่เหมาะสม ตรวจสอบได้ และมีกฎหมายรองรับการดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่เปิดช่องให้ผู้ประกอบการโต้แย้งจนเกิดปัญหาตามมา
.
ผมจึงเห็นว่า สิ่งที่ต้องทำก่อนยกเลิกระบบเดิม คือการจัดทำกฎหมายที่จะรองรับการกำกับดูแลธุรกิจการค้าน้ำมันและการกำหนดราคาภายใต้ระบบใหม่ให้ครบถ้วนเสียก่อน
.
เรื่องนี้พูดง่าย แต่ทำจริงไม่ง่ายเลยครับ
.
ในเวลานั้น ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล การผลักดันกฎหมายสำคัญเช่นนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีพลังงานเพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัยการหารือและสร้างความเข้าใจกับแกนนำรัฐบาลด้วย
.
ตลอดปี 2567 ผมใช้เวลาหลายเดือนศึกษาข้อมูล หารือ และถกเถียงกับผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ขณะเดียวกันก็ยังต้องรับผิดชอบแก้ไขปัญหาด้านก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้าควบคู่กันไปด้วย
.
จากนั้นประมาณต้นปี 2568 ผมจึงเริ่มรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำร่างกฎหมายอย่างจริงจัง เมื่อได้ร่างฉบับแรกแล้ว ก็ต้องนำไปให้ผู้รู้และผู้เกี่ยวข้องช่วยกันพิจารณา ปรับปรุง และแก้ไขอีกหลายรอบ กว่าจะได้ร่างที่เห็นว่ามีความเหมาะสม ก็ประมาณเดือนมิถุนายน 2568
.
สำหรับกฎหมายที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนเช่นนี้ ผมถือว่าเป็นการดำเนินงานที่รวดเร็วมากแล้วครับ
.
หลังจากร่างกฎหมายเสร็จสิ้น ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรเสนอในรูปแบบ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มากกว่าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ซึ่งผมก็เห็นด้วย แต่การเปลี่ยนรูปแบบกฎหมายย่อมหมายถึงต้องกลับไปหารือและทำความเข้าใจกับแกนนำรัฐบาลอีกครั้ง
.
จนกระทั่งประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2568 จึงได้ข้อยุติร่วมกันว่าจะดำเนินการในรูปแบบพระราชกำหนด โดยก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ได้ตกลงกันว่าจะให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นตรวจสอบร่างกฎหมายอีกครั้ง
.
แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว ก็เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ก่อนจะนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีและการเปลี่ยนรัฐบาลในเดือนกันยายน 2568
.
ผมจึงต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย และรัฐบาลที่เข้ามาภายหลังก็ไม่ได้ดำเนินการเรื่องกฎหมายฉบับนี้ต่อ
.
นี่คือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผมรับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งคุณถนอมที่ทำงานในแวดวงสื่อมวลชนและติดตามการเมืองมาเป็นเวลานาน คงเข้าใจดีว่าการผลักดันกฎหมายสำคัญในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล มีขั้นตอนและข้อจำกัดอย่างไรบ้าง
.
ประเด็นที่สอง ต้องแยกให้ออกระหว่างอำนาจกำกับดูแลราคาน้ำมันในภาวะปกติ กับอำนาจพิเศษที่ใช้ในภาวะวิกฤติ
.
ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่ง ประเด็นสำคัญคือการหากลไกทางกฎหมายที่สามารถกำกับดูแลต้นทุนและกำหนดหลักเกณฑ์ราคาน้ำมันภายใต้ระบบใหม่ได้อย่างชัดเจนและเป็นการถาวร ไม่ใช่อาศัยมาตรการเฉพาะหน้าเพียงครั้งคราว
.
ส่วนกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่มีผู้สอบถามถึง คือ พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจในการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
.
แต่ต้องเข้าใจว่า อำนาจตามพระราชกำหนดฉบับนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่อำนาจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะนำมาใช้ได้เองโดยอิสระ หากไม่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการ
.
ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่ง ยังไม่มีสถานการณ์ที่ผมเห็นว่าเข้าข่ายวิกฤติขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเป็นเหตุให้ใช้มาตรการพิเศษตามกฎหมายดังกล่าว อีกทั้งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นก็ไม่ได้มอบอำนาจตามพระราชกำหนดฉบับนี้ให้ผม
.
ผมจึงไม่สามารถอาศัยอำนาจตามกฎหมายดังกล่าวมาดำเนินการได้ครับ
.
มีผู้สอบถามผมเช่นกันว่า แล้วเหตุใดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนปัจจุบัน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงสามารถดำเนินการยกเลิกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่งที่คำนวณโดยอ้างอิงเส้นทางจากสิงคโปร์ ออกจากสูตรคำนวณราคา ณ โรงกลั่นได้
.
คำตอบอยู่ที่อำนาจตามกฎหมายที่นำมาใช้ครับ
.
ตามที่รัฐมนตรีพลังงานคนปัจจุบันได้แถลงไว้ การดำเนินการดังกล่าวอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดปี 2516 ซึ่งสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบันแตกต่างจากช่วงที่ผมดำรงตำแหน่ง และมีเหตุอันอาจเข้าข่ายให้ใช้มาตรการตามกฎหมายฉบับนี้ได้
.
ที่สำคัญ ปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 แล้ว และผมก็ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันใช้อำนาจตามพระราชกำหนดฉบับนี้มาโดยตลอด แต่ในช่วงแรกกลับมีการกล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องเห็นใจผู้ประกอบการโรงกลั่น
.
ท้ายที่สุด รัฐบาลก็ต้องนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้ พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อดำเนินการ โดยเริ่มมีการใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1
.
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนปัจจุบันน่าจะได้รับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรีให้สามารถดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ได้
.
ประเด็นสุดท้าย การยกเลิกค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การยกเลิกระบบอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์
.
เรื่องนี้ผมอยากย้ำให้ชัดเจน เพราะยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่มาก
.
การปรับสูตรคำนวณราคา ณ โรงกลั่นครั้งล่าสุด โดยนำค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่งที่คำนวณจากเส้นทางสมมุติระหว่างสิงคโปร์กับประเทศไทยออกไปนั้น ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยยกเลิกระบบอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์แล้ว
.
ประเทศไทยยังคงใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์เป็นราคาอ้างอิงอยู่เช่นเดิม เพียงแต่ปรับหลักเกณฑ์การคำนวณ โดยไม่นำค่าใช้จ่ายบางรายการดังกล่าวมาบวกเพิ่มในราคา ณ โรงกลั่นอีกต่อไป
.
การปรับลดองค์ประกอบบางรายการในสูตรคำนวณราคา กับการเปลี่ยนระบบกำหนดราคาน้ำมันทั้งระบบ เป็นคนละเรื่องกันครับ
.
ดังนั้น คำถามที่ว่าเหตุใดผมจึงไม่ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง จึงต้องพิจารณาทั้งเรื่องระบบราคาที่จะนำมาใช้ทดแทน กฎหมายที่รองรับ อำนาจหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนขั้นตอนและข้อจำกัดในการผลักดันกฎหมายขณะนั้นด้วย
.
ไม่ใช่เพียงถามว่า ทำไมรัฐมนตรีไม่สั่งยกเลิก แล้วจบกันไป
.
ผมขอชี้แจงโดยสรุปเพียงเท่านี้ก่อนครับ หากคุณถนอมยังมีข้อสงสัยในประเด็นใด สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ ผมยินดีอธิบายให้เข้าใจอย่างชัดเจนครับ
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการ ชมรัฐบาลอนุทิน กล้า รื้อสูตรน้ำมัน! 22 ปี ประหยัดปีละหมื่นล้าน จี้ถามรัฐบาลก่อนทำไมไม่ทำ เงินส่วนต่างตกอยู่กับใคร?

ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงนามคำสั่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยยกเลิกต้นทุนสมมุติที่อยู่ในสูตรคำนวณราคามาตั้งแต่ปี 2547 ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มีนัยสำคัญต่อค่าครองชีพของประชาชน

'รสนา' จี้ 'เอกนัฏ' ปิดเกมโครงสร้างราคาน้ำมัน ตัดค่าปรับปรุงคุณภาพเบนซินอีก 50 สตางค์

น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รัฐมนตรีเอกนัฏจะกล้าหักโรงกลั่น ประกาศยกเลิกค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเบนซินที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค

ข่าวดี! กบน.เคาะ ดีเซล B7 ลด 1 บาท แก๊สโซฮอล์ 91-95 ลด 0.50 บาท มีผลหน้าปั๊มพรุ่งนี้

ข่าวดี ‘กบน.’ เคาะ ลด ดีเซล B7ลง ลิตรละ 1 บาท , แก๊สโซฮอล์ 91-95 ลด 0.50 บาท มีผล ตี 5 พรุ่งนี้ ระบุ ผลจากโครงสร้างใหม่ สะท้อนราคาที่เป็นธรรม