‘พิพัฒน์’ ทุ่มงบ 3.27 แสนล้าน อัปเกรดระบบขนส่งภาคอีสานดันราง เชื่อม 5 จังหวัด

‘พิพัฒน์’ กางแผนเร่งเครื่อง 78 โครงการคมนาคมอีสานตอนบน ครอบคลุม 5 จังหวัด วงเงินกว่า 3.27 แสนล้านบาท เร่งรถไฟทางคู่–ขยายถนน 4 เลน ปรับถนนเป็น Feeder ป้อนระบบราง คุมเข้มความปลอดภัย รับเทศกาลท่องเที่ยว

2 ต.ค. 2569 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ณ ท่าอากาศยานอุดรธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมอบนโยบายการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ ว่า กระทรวงคมนาคมเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 5 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ เลย และหนองบัวลำภู รวม 78 โครงการ วงเงินกว่า 327,000 ล้านบาท ครอบคลุมการขนส่งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และการท่องเที่ยว

โดยได้มอบนโยบายให้ปรับทิศทางการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ โดยยกระดับ ระบบรางเป็นโครงข่ายหลักในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ขณะที่ระบบถนนจะเพิ่มบทบาทเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อ (Feeder) ระยะทางไม่เกิน 150 กิโลเมตร เพื่อป้อนการเดินทางและการขนส่งเข้าสู่ระบบราง พร้อมเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำและทางอากาศอย่างไร้รอยต่อ ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค

สำหรับแผนข่าวโครงการสำคัญในภาคอีสาน ได้ติดตามความก้าวหน้ารถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น–หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง มีแผนเปิดให้บริการปี 2571 พร้อมเร่งรัดการพัฒนารถไฟทางคู่เชื่อมโยงนครราชสีมา–อุบลราชธานี และบ้านไผ่–นครพนม รวมถึงการขยายทางหลวงสายหลักเป็น 4 ช่องจราจร และพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมโยงจังหวัดและพื้นที่ชายแดน โดยตั้งเป้าขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ทั่วประเทศให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคภายในปี 2576–2577

ด้านความปลอดภัย ได้มอบข้อสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธรในพื้นที่ และตำรวจท่องเที่ยว เตรียมแผนอำนวยความสะดวกและบริหารจัดการจราจร รองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง ปีใหม่ และตรุษจีน โดยเฉพาะเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมเน้นย้ำให้กวดขันการใช้ความเร็วเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงประสานสายการบินดูแลราคาบัตรโดยสารและเที่ยวบินเช่าเหมาลำในช่วงเทศกาลให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนและส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องดำเนินควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัย โดยให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานและเร่งรัดโครงการตามแผน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากระบบคมนาคมที่สะดวก ปลอดภัย ลดต้นทุนการเดินทางและขนส่งสินค้า พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับภาคอีสานและประเทศอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน