'บิ๊กตู่' ปลื้มภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์หวังต่อยอดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์!

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ปลื้มผลตอบรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สร้างรายได้กว่า 5 หมื่นล้านบาท พร้อมต่อยอดแนวการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้ไทยเป็นฮับสุขภาพของนานาชาติ

31 มี.ค.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าและผลการดำเนินโครงการ Phuket Sandbox พร้อมต่อยอดแนวทางการท่องเที่ยวด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพของนานาชาติ (Medical Hub) ในอนาคต โดยผลสำเร็จดังกล่าวนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ โดยจากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยยอดรวมนักท่องเที่ยวนับตั้งแต่การเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเวลากว่า 8 เดือน ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวแล้วกว่า 400,000 คน สร้างรายได้ทางตรงจากนักท่องเที่ยวกว่า 21,000 ล้านบาท มีห้องพักเปิดให้บริการกว่า 70,000 ห้อง อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 9 คืน/คน ในระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา ทำรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 5 หมื่นล้านบาท เกิดจากการจ้างงานภายในพื้นที่ ช่วยให้ประชาชนมีรายได้

นายธนกรกล่าวว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเจาะกลุ่มตลาดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อต่อยอดการสร้างรายได้ให้กับประเทศในอนาคต ด้วยศักยภาพด้านการบริการทางแพทย์และสาธารณสุขของไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดย เมื่อวันที่ 17-20 มีนาคม 2565 มีการจัดงาน Thailand International Health Expo 2022 ภายใต้แนวคิด “การขับเคลื่อนนวัตกรรม การดูแลสุขภาพอัจฉริยะ” (Empowering Smart Healthcare Innovations) จากความร่วมมือของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.), ททท. และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก เกิดการเจรจาการค้าการลงทุน จับคู่ธุรกิจและสามารถจำหน่ายสินค้าในธุรกิจการแพทย์และสุขภาพได้กว่า 10,658 ล้านบาท และจะต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวต่อเนื่องไปยังการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ Specialised Expo ในปี 2571 ภายใต้ชื่องาน “Expo 2028-Phuket, Thailand” โดยจะพัฒนาพื้นที่จังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยงเชิงสุขภาพระดับโลก ผ่านศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร (Medical Plaza) ศูนย์อภิบาลผู้สูงอายุนานาชาติ ศูนย์ใจรักษ์ และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร ทั้งนี้ความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

“นายกฯ ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญกับการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน ต่อยอดด้วยนวัตกรรม ให้ทุกหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมพิจารณาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวควบคู่มาตรการทางสาธารณสุขอย่างปลอดภัย รวมทั้งยังสามารถต่อยอดไปยังโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอื่น ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพิ่มเติมได้อีกในอนาคต โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ไทยมีศักยภาพและได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ”นายธนกรกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สิริกิติ์ ผนึก ททท. - ISMED เตรียมจัดมหกรรม Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026 ปักหมุดไทย “ฮับท่องเที่ยวพรีเมียมระดับโลก”

ศูนย์สิริกิติ์ ผนึก ททท. และ ISMED จัดมหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ "Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026" รวม 3 กิจกรรมท่องเที่ยวในที่เดียว

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ