
ส.อ.ท.ลุยหารือกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น และผู้ประกอบการคลังสินค้า สำรองห้องเย็นรับผลผลิตทุเรียน-มังคุด ป้องกันผลไม้เน่าเสีย รับมือหากส่งออกจีนไม่ได้จากมาตรการ ZERO COVID
5 เม.ย. 2565- นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ส.อ.ท.อยู่ระหว่างการหารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และผู้ประกอบการด้านคลังสินค้า(Warehouse) เพื่อที่จะร่วมกันพัฒนาระบบห้องเย็น ให้ครอบคลุมพื้นที่จัดเก็บผลไม้มากขึ้นโดยเฉพาะการรองรับทุเรียนและมังคุดที่กำลังเข้าสู่ฤดูออกผลผลิตช่วงเม.ย.-พ.ค.นี้ ซึ่งส.อ.ท.มีความกังวลอย่างมากเนื่องจากที่ผ่านมาจีนได้ออกนโยบาย ZERO COVID เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อโควิด-19 จากภายนอกเข้าสู่พลเมืองของประเทศ จนทำให้ผลผลิตจากไทยตกค้างบริเวณแนวชายแดนจีนเป็นจำนวนมาก
“จากการสำรวจเราพบว่า ทุเรียนปีนี้ที่จะออกช่วงเม.ย.-พ.ค.จะมีเกือบ 1 ล้านตันเนื่องจากผลผลิตค่อนข้างดี และตามมาด้วยมังคุดอีก 4 แสนกว่าตันซึ่งปกติจะออกหลังทุเรียนมีเวลาเหลื่อมกันแต่ปีนี้ออกมาใกล้ๆ กัน ขณะที่ตลาดส่งออกหลักผลไม้ดังกล่าวของไทยคือจีน แต่ด้วยมาตรการ ZERO COVID ของจีนทำให้เราเองก็กังวลหากมีการระบายล่าช้าจะก่อความเสียหายมากและที่สำคัญจะกระทบต่อกำลังซื้อภาคเกษตรกรให้ลดต่ำลงไปอีก”นายเกรียงไกร กล่าว
ทั้งนี้แนวทางที่ส.อ.ท.กำลังดำเนินการจะมีส่วนสำคัญต่อการรักษาสภาพของผลไม้โดยเฉพาะระยะสั้นในทุเรียนกับมังคุดไม่ให้เน่าเสียเร็ว และจะทำให้เกษตรกรไม่ต้องถูกกดหรือต้องไปเสนอขายในราคาต่ำลักษณะการดัมพ์ราคา โดยความร่วมมือนี้จะเป็นอีกกลไกลหนึ่งที่จะมาช่วยภาครัฐในการแก้ไขจุดอ่อนของสินค้าผลไม้ของไทยภาพรวมที่ไม่ใช่เพียงทุเรียน และมังคุด อย่างไรก็ตามหากการส่งออกทุเรียนและมังคุดของไทยปีนี้สะดุดหรือได้รับผลกระทบจะยิ่งกดดันต่อภาคเกษตรกรในฤดูเก็บเกี่ยวต่อไปที่ต้นทุนต่างๆ จะสูงขึ้นโดยเฉพาะจากค่าปุ๋ยที่แพงขึ้นเท่าตัวซึ่งอาจประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินได้ซึ่งนั่นหมายถึงภาคเกษตรทั้งระบบจะกระทบในลักษณะเดียวกันนี้
“ราคาปุ๋ยที่มีแนวโน้มแพงขึ้นต่อเนื่องจากผลกระทบการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนโดยรัสเซียและยูเครนมีสัดส่วนการส่งออกปุ๋ย 22%ของการส่งออกโลกขณะที่ในปี 2564 ไทยมีการน าเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศทั้งสิ้น 5.6 ล้านตัน โดยมีการนำเข้าจากรัสเซีย เบลารุส และยูเครน คิดเป็นสัดส่วน 13.2% ของการนำเข้ารวมปัญหาความขัดแย้งทำให้ราคาปุ๋ยเฉลี่ยในประเทศก.พ. เพิ่มขึ้น 58% ขณะที่ดัชนีราคาปุ๋ยในตลาดโลกของวันที่ 25 มี.ค. 2565 เพิ่มขึ้น 112.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน”นายเกรียงไกร กล่าว
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ต้นทุนการผลิตภาคเกษตรเพิ่มขึ้น และจะส่งผลต่อเนื่องให้ระดับราคาสินค้าเกษตรและราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้นในที่สุด นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาปริมาณปุ๋ยคงคลังในประเทศพบว่าลดลงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนหนึ่งเนื่องจาผู้ประกอบการชะลอการนำเข้าจากต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องเร่งติดตามและเตรียมการรองรับฤดูกาลเพาะปลูกใหม่เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนภายในประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงไม่หยุด3ปีติดตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย
ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงไม่หยุด 3 ปีติด ตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย เงินลงทุนรวม 1.85 หมื่นล้าน พาณิชย์ปลื้มปี 68 ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าทุบสถิติ 3.64 แสนล้านบาท ขึ้นแท่นฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ภูมิภาค
ปตท.ลั่นเดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศ
กลุ่ม ปตท.ลั่นเดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศ เปิดเผยข้อมูล Supply Chain อย่างโปร่งใส
CCP ตั้งเป้าปี69รายได้โต 10%ตุนแบ็คล็อก1,800ล้าน
CCP เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตรพัฒนาวัสดุทดแทนคอนกรีต-ลดคาร์บอน ทุ่มงบ 70 ล้านเสริมประสิทธิภาพการผลิต พร้อมรักษาแบ็คล็อกไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10%
เกษตรเลี้ยงกุ้งเฮ!ภาษีทรัมป์รอบใหม่ 15% เอื้อไทยแข่งขันได้ฉลุย
กุ้งไทยมีเฮ ภาษีทรัมป์รอบใหม่ 15% บวกเอดี 2.01% ไม่สะเทือนส่งออก เกษตรกรมั่นใจผลิตฉลุย 4 แสนตัน เตรียมยื่นหนังสือกระทุ้งรัฐหนุนช่วย “วาระแห่งชาติ” พร้อมเจรจารุกเปิด FTA ยุโรป-แคนาดา-เกาหลี ชิงส่วนแบ่งตลาดโลกเพิ่ม สร้างรายได้เกษตรกรในระยะยาว

