
“อาคม” ยันปี 2565 เศรษฐกิจไทยโต 3-4% อานิสงส์บริโภคในประเทศ-ท่องเที่ยวฟื้นต่อเนื่อง ส่งออกยังแกร่ง พ่วงมาตรการรัฐเข็นเศรษฐกิจเต็มพิกัด พร้อมจับตาสถานการณ์โควิด-19 หนี้ครัวเรือนและตลาดแรงงานยังเปราะบาง ห่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน หนุนราคาสินค้าพุ่ง
11 เม.ย. 2565 – นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (ASEAN Finance Ministers and Central Bank Governors’ Meeting: AFMGM) ครั้งที่ 8 การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน (ASEAN Finance Ministers’ Meeting: AFMM) ครั้งที่ 26 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยการประชุมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียนกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ได้หารือในประเด็นสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคอาเซียน รวมถึงแนวทางการดำเนินนโยบายของภาครัฐเพื่อให้เศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนฟื้นตัวได้อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และมีภูมิคุ้มกัน
ทั้งนี้ ผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศได้เสนอแนวนโยบายเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนไว้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.เสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง 2.พัฒนาแนวทางในการระดมทรัพยากรภายในประเทศ อาทิ การปฏิรูปภาษี เพื่อเป็นแหล่งงบประมาณให้รัฐบาลใช้ในการดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ 3.เพิ่มการลงทุนเพื่อการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทั่วถึง และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ นายอาคมยังได้กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่คาดว่าในปี 2565 จะขยายตัวที่ 3 – 4% ต่อปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการบริโภคภายในประเทศ สถานการณ์ภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น และการส่งออกที่ขยายตัวได้ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการของภาครัฐที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่อาจยืดเยื้อ ปัญหาความเปราะบางด้านตลาดแรงงานและหนี้ครัวเรือน ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น
“รมว.การคลังได้เน้นย้ำความสำคัญของการระดมทรัพยากรในประเทศ เช่น การปฏิรูปภาษี การผ่อนปรนกฎเกณฑ์ด้านการคลังบางประการ เป็นต้น ในส่วนของสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่าง ๆ ควรพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขการให้กู้ยืมแก่ประเทศอาเซียน และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed Countries) เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และผ่อนปรนเกณฑ์การพิจารณาเงื่อนไขการปล่อยกู้ต่าง ๆ เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในภาวะที่มีความผันผวนสูงและไม่ปกติ เพื่อให้รัฐบาลในประเทศต่าง ๆ สามารถมีพื้นที่การคลังเพียงพอในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยภาครัฐได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจที่ดี และพร้อมที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันกับทั้งเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนและเศรษฐกิจโลก” นายพรชัย ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สรรพสามิต'ลุยศึกษาภาษีบุหรี่-หนุนเปลี่ยนผ่านEV
‘สรรพสามิต’ ลุยศึกษาใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่อัตราเดียว-โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านใช้รถไฟฟ้า แจงลุยศึกษายังไม่สะเด็ดน้ำ ก่อนเร่งสรุปชงคลัง-ครม. พิจารณาเห็นชอบ
‘คลัง’ยอมแล้ว!จ่อชงทบทวนเกณฑ์คัดกรองบัตรคนจน
‘คลัง’ ยอมแล้ว! เตรียมชงคณะกรรมการบัตรคนจนทบทวนเกณฑ์โครงการบัตรคนจน ปมลูกใช้สิทธิพ่อแม่ลดหย่อนภาษี ยืนยันได้ข้อสรุปใหม่ก่อนประกาศผลคัดกรองวันที่ 17 ก.ค. นี้ พร้อมรับฟังข้อเรียกร้องสมาคมภัตตาคารไทยอ้อนขอเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ยันอยู่ระหว่างเร่งพิจารณาโครงการให้ความช่วยเหลือให้ตรงจุดต่อไป
‘สรรพสามิต’โชว์ผลงานจับสินค้าเถื่อน เดือนพ.ค.รวม3,206คดี/บุหรี่-สุราแชมป์
‘สรรพสามิต’ โชว์ผลงานจับสินค้าเถื่อน เดือน พ.ค. 69 รวม 3,206 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 734.70 ล้านบาท เผยคดียาสูบยังคงเป็นการกระทำความผิดมากที่สุด รองลงมาเป็นคดีสุรา
‘สภาพัฒน์’เผยQ1/69ว่างงาน3.9แสนคน เตือน ‘AI-สงคราม-หนี้’กดดันแรงงานไทย
‘สภาพัฒน์’เผยภาวะสังคมไทยไตรมาส 1/2569 อัตราการว่างงาน 0.94% ผู้ว่างงาน 3.9 แสนคน ส่วนหนี้ครัวเรือนแตะ 16.44 ล้านล้านบาท ขณะ NPL ยังน่าห่วง จับตาผลกระทบ‘สงคราม-เงินเฟ้อ-AI’ มั่นใจ’ไทยช่วยไทย‘ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนได้
SCB EIC ชี้หนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ณ สิ้นปี 2025 เพิ่มแตะ 86.7%
SCB EIC ชี้หนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ณ สิ้นปี 2025 เพิ่มแตะ 86.7% ตลาดแรงงานเปราะบาง-ค่าครองชีพแพงจะยิ่งกดดันความสามารถชำระหนี้

