NPS เร่งติดตั้งโซลาร์ฟาร์มลดนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศผลิตไฟฟ้า

NPS ปรับกลยุทธ์รับผลกระทบจากสงคราม มุ่งลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ปรับเปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเต็มรูปแบบ เร่งรัดติดตั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

26 เม.ย. 2565 นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ NPS ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน ตลอดจนค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้น บริษัทจึงได้ปรับกลยุทธ์องค์กรมุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ โดยการเปลี่ยนโรงไฟฟ้าถ่านหิน 7 และ 8 มาใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจนปัจจุบันสามารถลดการใช้ถ่านหินและลดการนำเข้าถ่านหินได้ถึงร้อยละ 50 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางเทคนิคจากต่างประเทศเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนโรงไฟฟ้า 2 โรงดังกล่าวซึ่งมีกำลังการผลิตโรงละ 160 MW ให้สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในการผลิตไฟฟ้าแทนที่ถ่านหินได้ทั้งหมด

นายโยธิน กล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องนี้แล้ว เพื่อให้แผนลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น บริษัทได้เร่งรัดโครงการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ หรือโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำของบริษัทในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้ริเริ่มการลงทุนมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2564 รวม 2 โครงการๆ ละ 30 MW ให้แล้วเสร็จสามารถผลิตไฟฟ้า 10 MW แรกได้ในเดือนกันยายนนี้ และผลิตได้เต็มกำลัง 60 MW ภายในปลายปีนี้ ที่สำคัญบริษัทยังมีพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำที่สามารถติดตั้งโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำได้อีก 130MW ทั้งหมดนี้เพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในสวนอุตสาหกรรม 304 เช่น Western Digital, Lenzing, Cannon, และ Toshiba ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาดในการผลิตสินค้า

“หากการปรับเปลี่ยนโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรง และโครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด นั่นหมายความว่า บริษัทเราจะลดการนำเข้าเชื้อเพลิงถ่านหินจากต่างประเทศได้ 100% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้” นายโยธินกล่าวสรุป

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2564 NPS มีรายได้รวม 15,653 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับปี 2563 และมีกำไรสุทธิ 1,554 ล้านบาท ลดลงจากปี 2563 โดยสาเหตุหลักมาจากราคาถ่านหินที่ปรับสูงขึ้นมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 อย่างไรก็ตามคาดว่าผลการดำเนินงานในปี 2565 จะกลับมาดียิ่งขึ้น เนื่องจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์องค์กรซึ่งจะส่งผลให้โครงสร้างทางการเงินมั่นคงมากขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GPSC ลุยอัปเดท12 หน่วยผลิตไฟฟ้าลดการปล่อย CO2

GPSC ลุยอัปเดท12 หน่วยผลิตไฟฟ้า ลดใช้พลังงานได้ถึง 419,476 ล้านบีทียู ลดนำเข้า LNG ได้กว่า 8,000 ตันต่อปี มูลค่า 150 ล้านบาท พร้อมจับมือพันธมิตรศึกษาพัฒนานวัตกรรมพลังงาน มุ่งสู่ การพัฒนาธุรกิจยั่งยืน และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593

กกพ.ปรับแผนเร่งซ่อม’โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ’สกัดค่าไฟพุ่ง

‘กกพ.'ปรับแผนผลิตไฟ ชูถ่านหินลดต้นทุนเร่งเครื่องซ่อมโรงไฟฟ้าแม่เมาะหวังสกัดค่าไฟพุ่ง-ย้ำความมั่นคงระบบไฟฟ้ารับสถานการณ์ราคาพลังงานโลกผันผวน

'รมว.อรรถพล' ยันปริมาณน้ำมันสำรองจัดหาเพิ่มได้เป็น 95 วัน

‘รมว.อรรถพล’ ยืนยันปริมาณน้ำมันสำรองหาเพิ่มได้เป็น 95 วันแล้ว และยังคงจัดหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้กลไกกองทุนฯ ตรึงดีเซล วอนประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน