
2 พ.ค.2565-นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หักปากกาเซียน !!! เศรษฐกิจสหรัฐติดลบ -1.4% ในไตรมาสแรกปี 65 เดิมนักวิเคราะห์ในตลาด (ข้อมูลจาก Bloomberg) คาดการณ์ไว้ที่ 1% ซึ่งถือว่าลดลงมากแล้วเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวได้ 6.9% ส่วนสาขาเฟด ที่ฟิลาเดลเฟีย สำรวจจาก Professional Forecaster 36 ราย เมื่อกลางกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า เฉลี่ยแล้วคาดไว้ว่าจะอยู่ที่ 1.8%
แต่ตัวเลขจริง เมื่อประกาศออกมา กลับไปไกลกว่าที่ทุกคนคาด ทำให้ทุกคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะข้อมูลนี้จะมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของเฟด เรื่องดอกเบี้ย และการถอนสภาพคล่องในสัปดาห์นี้ กรรมการเฟดที่คิดว่าจะขึ้น 0.75% ก็คงต้องคิดหนัก
คำถามที่ 1 คงต้องมาคิดว่า ทำไมอยู่ๆ เศรษฐกิจที่บอกว่าแข็งแกร่ง ขยายตัวได้ถึง 6.9% ในไตรมาสก่อนหน้า จึงกลับมาติดลบได้ ทั้งๆ ที่ ปกติแล้วหลังการระบาดจบลง เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ดีไป 2-3 ปี แต่รอบนี้ เพียงแค่ 6 ไตรมาสเท่านั้น ก็เริ่มมีการหดตัวของเศรษฐกิจให้เห็น คำถามที่ 2 จากปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนแปรปรวนทางเศรษฐกิจที่สหรัฐเผชิญอยู่ – โอมิครอน สงคราม เงินเฟ้อ และ Global supply shortage อะไรคือสิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจที่ไปได้ดี กำลังไต่ระดับไปสู่เทรนด์เดิม กลับติดลบ ตกลง คำถามที่ 3 แล้วที่บอกว่าสหรัฐยังดีมาก จะขยายตัวได้ 3.7% ปีนี้ จะเป็นจริงแต่ไหน เพราะแค่ไตรมาสแรกก็พลาดเป้าไปมากแล้ว
สิ่งที่เห็นในไตรมาส 1 จะต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดๆ ไปหรือไม่ ทั้งหมดนี้ คงต้องวิเคราะห์จากไส้ในของตัวเลข GDP ที่ออกมาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งในตาราง (Contribution to growth) ที่แยกแยะว่า 6.9% ในไตรมาสที่ 4 และ -1.4% ในไตรมาสแรกเป็นผลมาจากอะไร ที่น่าสนใจก็คือ ส่งออกที่เคยขยายตัว 22.4% ในไตรมาสที่ 4 กลับติดลบลง 5.9% ในไตรมาสนี้ หมายความว่า เครื่องยนต์ตัวนี้มีแรงส่งต่อเศรษฐกิจลดลงจาก 2.24% เป็น -0.68% แรงส่งจากการสะสม Inventory ที่เคยสูง 5.32% ในไตรมาสที่ 4 กลายเป็น -0.84% แรงส่งจากการบริโภค การนำเข้า การลงทุนเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากอย่างมีนัยสำคัญ

หมายความว่า การติดลบของ GDP ครั้งนี้ มาจาก (1) การส่งออกของสหรัฐที่แผ่วลงมาก ซึ่งน่าจะมาจาก การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก และจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น และจาก (2) การหยุดสะสมสินค้าคงคลัง ที่น่าจะมาจากการที่ได้เร่งสต็อกไปมากในไตรมาสที่ 4 แล้ว และความกังวลใจเรื่องสงคราม ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งถ้าเราคำนวนเร็วๆ ถ้าสองปัจจัยนี้ไม่แย่ไปกว่านี้ (Contribution = 0% ในไตรมาสต่อไป และตัวอื่นๆ เท่าเดิม) เศรษฐกิจสหรัฐก็จะขยายตัวในไตรมาสที่ 2 ได้ไม่ดีนัก (สาขาเฟด Atlanta คาดไว้ที่ 1.9%) ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงหากสถานการณ์ต่างๆ แย่ลงไปจากนี้ ตัวเลขจริงอาจจะลดลงกว่าที่ทุกคนคาดได้
มาลุ้นกันครับว่า เฟดจะคิดอย่างไรกับตัวเลขนี้ เพราะที่แน่ๆ คงจะมีคนถามท่านประธานเฟดแน่ๆ ในวันที่ 4 ว่า เกิดอะไรขึ้น และที่ท่านเคยบอกยืนยันว่าสหรัฐจะไม่เกิด Recession ท่านพร้อมจะเปลี่ยนคำพูด เหมือนกับที่เคยกลับคำในเรื่องอื่นๆ แล้วยัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กอบศักดิ์' จ่อดึงเอกชน จัดตลาดให้ผู้ผลิตสินค้าเกษตร อัพสเกล SME ให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น
'กอบศักดิ์' เผย จ่อดึงเอกชน จัดตลาดให้ผู้ผลิตสินค้าเกษตร อัพสเกล SME ให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ขึ้น เล็ง ลดผลิตสินค้าขาดทุน เปิดการนำเข้า ดัน Young Smart Farmer
เปลี่ยนใจแล้ว 'กอบศักดิ์' เผย สหรัฐ ยกเลิกเก็บค่าผ่านฮอร์มุซ เป็นข้อตกลงการค้า-ลงทุนในสหรัฐแทน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า เปลี่ยนใจแล้ว !!!
'ดร.กอบศักดิ์' แฉแผน 'ทรัมป์' สงครามสหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 เริ่มแล้ว
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่าเริ่มส
ข่าวดี! 'ดร.กอบศักดิ์' เผย การเจรจา 'สหรัฐ-อิหร่าน' รอบแรก บรรลุผลน่าพอใจ 4 เรื่อง
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า จบการเจรจาระดับสูงรอบแรก !!!
ประธานเฟดคนใหม่ คนสนิทของทรัมป์ ยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในตอนนี้
นักวิจารณ์ต่างเยาะเย้ย เควิน วอร์ช ว่าเป็น “สุนัขรับใช้” ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแต่งตั้งเขาเป็นประธานคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม โดยมีความคาดหวังอย่างชัดเจนว่า อัตราดอกเบี้ยหลักจะต้องลดลง เพื่อให้การกู้ยืมถูกลงและอำนวยความสะดวกในการชำระหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น

