‘ศักดิ์สยาม-อนุทิน’ นำทัพร่วมประชุมด้านการบินที่สิงคโปร์

‘ศักดิ์สยาม-อนุทิน’ นำทัพทีมไทยร่วมประชุมสุดยอดด้านการบิน สิงคโปร์ เดินหน้าผลักดันการฟื้นฟูภาคการบินภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และพัฒนาการบินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

17 พ.ค.2565-รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และคณะผู้แทนไทย ได้เดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดด้านการบินชางงี 2565 (Changi Aviation Summit 2022) ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการแซนด์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ร่วมกับผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกอาเซียน และผู้บริหารองค์กรระหว่างประเทศด้านการบิน เพื่อหารือในประเด็นสำคัญด้านการบิน อาทิ การฟื้นฟูภาคการบินภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการพัฒนาภาคการบินที่ยั่งยืน และเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม โดยสอดคล้องกับมาตรฐานด้านการบินระหว่างประเทศขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

รายงานข่าวแจ้งว่า นายเอส อิสวารัน รมว.คมนาคม สิงคโปร์ ได้กล่าวในพิธีเปิดการประชุม โดยเน้นประเด็นสำคัญ 3 ประการในการฟื้นฟูภาคการบิน ได้แก่ 1.การพัฒนาศักยภาพในการรองรับความต้องการในการขนส่งทางอากาศ และการฟื้นฟูภาคการบินให้คืนสู่สถานการณ์ก่อนการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดเช่นเดียวกันนี้อีกในอนาคต 2.การพัฒนาประสิทธิภาพของภาคการบิน โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการขนส่งทางอากาศ และ 3.การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยร่วมดำเนินการตามแผนการชดเชยและลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการบิน (CORSIA) โดยสิงคโปร์ได้จัดทำแผนแม่บทสำหรับหน่วยงานจากภาคส่วนต่างๆ ใช้ดำเนินการร่วมกันในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ขณะที่นายแซลวาทอร์ ไซแอคชิตาโน ประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงเน้นย้ำการสร้างความยืดหยุ่น และความยั่งยืนในภาคการบิน เพื่อฟื้นฟูภาคการบินจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และรองรับความต้องการของการขนส่งทางอากาศ โดยสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกนำข้อเสนอแนะของ ICAO มาปรับใช้ อีกทั้งเน้นย้ำการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 93 โดยการสร้างความยืดหยุ่น และนวัตกรรมใหม่ด้านการบินจะเป็นประเด็นหารือที่สำคัญในการประชุมสมัชชาสมัยสามัญ ครั้งที่ 41 ของ ICAO ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในปีนี้

นอกจากนี้ในช่วงการประชุมยังมีการกล่าวถ้อยแถลงโดยผู้แทนระดับสูงจากภาคอุตสาหกรรมด้านการบิน ได้แก่ นายวิลลี่ วอลช์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และนายลูอิส เฟลิป เดอ โอลิเวเรีย ผู้อำนวยการสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (ACI) ได้ร่วมกันกล่าวถ้อยแถลงเพื่อเน้นย้ำบทบาทของภาครัฐในการสนับสนุนการพัฒนาท่าอากาศยาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสายการบิน เพื่อบูรณาการการดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูภาคการบิน และบรรลุเป้าหมายปณิธานระดับโลกด้านการบินในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการบิน เพื่อการบินที่ยั่งยืนสำหรับประชาคมโลก

ขณะที่ นายอนุทิน ได้ร่วมอภิปรายในช่วงการประชุมหัวข้อ “Clearer and Greener Skies Ahead” ด้วย โดยได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการดำเนินการของประเทศไทย ในประเด็นที่ประชาคมโลกให้ความสนใจ อาทิ การดำเนินมาตรการเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนสำหรับภาคการบิน เพื่อบรรลุเป้าหมายตามแผน CORSIA ของ ICAO และความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ประเทศไทยได้ร่วมกับรัฐมนตรีขนส่งของอาเซียน แสดงการสนับสนุน และผลักดันให้กระทรวงคมนาคมในกลุ่มประเทศอาเซียน ร่วมจัดทำมาตรฐานในการตรวจสอบเอกสารการเดินทาง โดยเฉพาะใบรับรองการฉีดวัคซีน เพื่อเดินทางระหว่างประเทศในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยฟื้นฟูภาคการบินจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในภูมิภาคอาเซียนให้เข้มแข็ง และยั่งยืนต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.

นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน

นายกฯบุกภูเก็ตปราบมาเฟียรุกที่สาธารณะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อปฏิบัติราชการกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาบุกรุกชายหาดสาธารณะ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล

'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล