เอาแล้วกองสลากฯขีดเส้น 3 เดือนขายสลากดิจิทัล 30 ล้านใบหวังกดราคาเหลือ 80 บาท

‘กองสลาก’ ขีดเส้น 3 เดือนขายสลากดิจิทัล 30 ล้านใบ หวังขย่มราคาขายตลาดเหลือ 80 บาท ประเดิมงวดแรก 2 มิ.ย. 65 ก่อน 5 ล้านใบ ยันไม่ใช่เจ้ามือ ทุกใบรายย่อยขายเอง พร้อมสั่งเตรียมรับมือหวั่นผู้ไม่ประสงค์ดีโจมตีระบบทำซื้อขายสะดุด

1 มิ.ย. 2565 – นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 มิ.ย.2565 จะเป็นวันแรกที่มีการขายสลากดิจิทัลราคา 80 บาท ผ่านแอพพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งยืนยันว่า โครงการสลากดิจิทัล สำนักงานสลากฯ ไม่ได้เป็นผู้ขายเอง แต่เป็นผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับสิทธิ์นำไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม สลากทุกใบที่ขายเป็นของตัวแทนรายย่อยทั้งสิ้น ซึ่งในรอบแรกนี้ได้รับสิทธิ์รวม 10,258 ราย เป็นสลากไม่น้อยกว่า 5,279,500 ฉบับ

‘สลากดิจิทัล 5 ล้านฉบับ เมื่อรวมกับโครงการร้านค้า 80 บาท ที่ในเดือน ก.ค.จะมีครบ 1,000 จุดทั่วประเทศ อีก 2.5 ล้านฉบับ จะทำให้มีสลากราคา 80 บาทในตลาดแน่นอน 7.5 ล้านฉบับจากทั้งหมด 100 ล้านฉบับ ซึ่งอาจจะยังไม่มีนัยยะสำคัญเพียงพอที่จะชี้นำตลาดให้มาขายราคา 80 บาทได้ จึงจะต้องมีการเพิ่มสลากดิจิทัลอีก 30-40 ล้านฉบับ ใน 2-3 เดือนนี้ จากจำนวนผู้ค้ารายย่อยที่ลงทะเบียนขาย และรอคิวอยู่ 7 หมื่นราย ก็จะได้รับการพิจารณานำสลากไปขาย’ นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ การขายสลากดิจิทัลในวันแรก ได้สั่งการให้สำนักงานสลากฯ เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจากผู้ไม่ประสงค์ดี ที่เข้ามาโจมตีระบบ ทำให้ไม่สามารถซื้อขายได้ ซึ่งมีบทเรียนหลาย ๆ ครั้ง จากการออกแอปพลิเคชันของรัฐ เช่น ไทยแลนด์พลัส หรือ มาตรการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น ก็ให้นำมาวิเคราะห์ เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ในอนาคตจะต้องมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการเสี่ยงโชค และมีวัตถุประสงค์ให้ราคาสลากไม่เกิน 80 บาท แบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ จะต้องไม่กระทบกับแบบเดิม แต่ต้องพิจารณาไม่ให้ขัดกับข้อกฎหมาย ซึ่งจะเป็นผลดี ในด้านรายได้ที่จะนำมาพัฒนาประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม

นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย

เสี่ยแฮงค์ อนุชา อดีตแชมป์ สส.ชัยนาท ใส่เสื้อชัยนาทฮอร์นบิล เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิเพื่ออนาคตประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัครสมาชิกผู้แทนราษฏร เขต 1 จังหวัดชัยนาท เดินทางไปที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 1 ศาลาปู่หิน ต โพนางดำตก เทศบาลตำบลโพธิ์พิทักษ์ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และประชามติ

อนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นหาเสียงบ้านเกิด ตลาดโพนางดำขอคะแนนชนะขาดทั้งคนทั้งพรรค เข้าไปแก้ไขปัญหา เป็นปากเสียงคนในพื้นที่

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นที่ตลาดโพนางดำ อ. สรรพยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายอนุชาและเติบโตที่นี้

โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ‘อนุชา’ หาเสียงช่วย ‘วุฒิพงษ์’ เขต 2 อยุธยาเบอร์ 6 ขอคะแนนให้วุฒิพงษ์ ไปยกมือให้อาจารย์เชนเป็นนายกฯ ย้ำสานต่อนโยบาย 30 บาทแน่นอน

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์3 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวุฒิพงษ์ พวงทอง ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 6 ณ ลานแสงฟ้า ต. ปากท่า อ. นครหลวง ซึ่งเป็นการปราศรัยรวมทุกเขต ทุกอำเภอ ของเขต 2 คือ อ.นครหลวง อ.ท่าเรือ อ.มหาราช อ.บางปะหัน และอ.บ้านแพรก

‘อนุชา’ ผู้สมัคร สส. เขต 1 ชัยนาท เพื่อไทย เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบกลุ่ม อสม. และเดินตลาดหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ ประชาชนดีใจกลับมาอยู่เพื่อไทย พร้อมขอให้สานนโยบายที่ดีต่อ

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย เบอร์3 ลงพื้นที่ พูดคุยกับพี่น้อง อสม. หมู่ 5 ต.ชัยนาท อ.สรรพยา และเดินตลาดหางน้ำสาคร ต.หางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มาเดินตลาด

‘อนุชา’ ลุยอยุธยา สิงห์บุรี ช่วย อัณณพ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 1 วุฒิพงศ์ ผู้สมัคร สส.อยุธยา เขต 2 และนัฐยุทธ ผู้สมัครสส.สิงห์บุรี เขต 1 ประชาชนในพื้นที่ชื่นชอบนโยบายพรรค อยากส่งลูกหลานสานต่อนโยบายพรรคเพื่อไทย

นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.จ.ชัยนาท เขต 1 เบอร์ 3 ลงพื้นที่หวัดพระนครศรีอยุธยา หาเสียงช่วยนายวุฒิพงศ์ พวงทอง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 จุด ที่บริเวณ วัดเขียนลาย ต.บ้านแพรก อ.บ้านแพรก ละวัดจันทร์ ต.บางพระครู อ.นครหลวง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้สมัคร และได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี